ขาเดินไปแผงร้านโจ๊ก
โจ๊กร้านนั้นอยู่ตรงมุมถนน เจ้าของร้านคือสามีภรรยาเฒ่าคู่หนึ่ง ปกติบางครั้งจะมีคนมากินประมาณสามถึงห้าคน อาจเพราะใกล้จะเที่ยงแล้ว ตรงนั้นจึงไม่มีใครเลย
เจ้าตำหนักยมราชกับเฟิ่งจิ่วนั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน ฮุยหลางกับอิ่งอีรวมถึงเหลิ่งหวานั่งกันอีกโต๊ะ แต่ละโต๊ะสั่งโจ๊กรวมมิตรมาหนึ่งหม้อ เจ้าของร้านเห็นว่ามีลูกค้ามาก่อนจะเก็บร้านก็ยิ้มตาหยี แล้วนำเครื่องเคียงสองสามจานไปให้พวกเขาสองโต๊ะ
“ลองชิมสิ” เฟิ่งจิ่วตักโจ๊กชามหนึ่งวางลงตรงหน้าเขา “กินคู่กับเครื่องเคียงจะยิ่งอร่อย”
เจ้าตำหนักมองนางแวบหนึ่ง เห็นนางช่วยตนตักโจ๊ก จึงลงมือตักให้นางบ้าง “กินซะ ไม่พอค่อยสั่งเพิ่มอีกหม้อ”
เมื่อเห็นเขาช่วยตักโจ๊กให้ แววตาเธอเป็นประกายเล็กน้อย แต่พอได้ยินคำพูดเขากลับยิ้มแห้งๆ อย่างอดไม่ได้ “สองคนกินหมดหม้อหนึ่งถือว่าดีแล้ว หนำซ้ำในเมืองนี้มีของว่างมากมาย สิ่งที่ไม่ต้องกังวลที่สุดตลอดทางก็คือของกินพวกนั้นนั่นแหละ”
พูดจบก็คีบเครื่องเคียงขึ้นมากินคู่กับโจ๊กรวมมิตร ตลอดเช้านี้เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยจริงๆ เดิมคิดว่าหลังจากจัดการเรื่องฝั่งองครักษ์ค่อยกลับเรือนไปกินอะไรเสียหน่อย ใครจะรู้ว่ากลับพบเขา ในเมื่ออยากเดินเล่น ฮึ ถ้าอย่างนั้นก็เดินเล่นเถอะ!
เจ้าตำหนักยมราชเห็นนางกินอย่างสุขใจ จึงกินตามไปสองสามคำ พลางช่วยคีบเครื่องเคียงวางลงในชามนาง สุดท้ายโจ๊กหนึ่งหม้อที่กินได้ประมาณสี่ห้าชาม นอกจากหนึ่งชาม