งตาวงคิ้วโค้งมน “ท่านเจ้าตำหนัก ท่านคิดมากไปแล้ว ข้าแค่อยากบอกว่าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเป็นเพื่อนท่าน”
ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าเจ้าตำหนักยมราชถึงจะผ่อนคลายลง เหลือบมองชุดสีแดงบนร่างนางและเอ่ยว่า “อาภรณ์ชุดนี้ก็สวยดี” ความหมายของคำพูดคือข้าเห็นแล้วคิดว่าสวยมาก ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก
“ได้ยังไง? ออกไปเดินเล่นกับท่านเจ้าตำหนักจะไม่แต่งตัวใหม่เสียหน่อยได้อย่างไร? ฮี่ๆ ท่านวางใจได้ ข้าไม่บ่ายเบี่ยงไม่ไปหรอก แค่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า อืม ใช้เวลาไม่นานมาก ท่านไปรอที่โถงด้านหน้าก่อนก็ได้”
เจ้าตำหนักขมวดคิ้ว แต่กลับไม่พูดอะไรมากอีก แค่บอกว่า “ข้าจะไปรอที่เรือนเจ้า” เพราะโดนผลักไสมาหลายครั้งเกินไป ครั้งนี้นางตอบรับว่าจะออกไปเป็นเพื่อนเขาอย่างสบายๆ ปานนี้จึงรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง
“ได้” เฟิ่งจิ่วขานรับด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม จากนั้นเดินกลับไปพร้อมกับเขา
เห็นทั้งสองเดินกลับไป ฮุยหลางกับอิ่งอีที่อยู่ไม่ไกลจึงมองหน้ากัน ฮุยหลางถามขึ้น “เจ้าว่าภูตหมอคิดจะทำอะไร จะออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนนายท่านจริงๆ หรือ ทำไมข้ารู้สึกว่านางกำลังคิดแผนการร้ายอะไรอีก”
“เจ้าไม่เห็นหรือนายท่านบอกว่าจะไปรอที่เรือนนาง? น่าจะไม่โดนผลักไสอีก” อิ่งอีพูดจบก็ตามสองคนด้านหน้าไป
เห็นเช่นนี้ฮุยหลางจึงตามไปด้วย ในใจกลับกำลังคิดว่าหากคนอื่นพูดเช่นนี้เขาคงไม่คิดมาก เพียงแต่เมื่อเป็นภูตหมอคนนี้…ก็พูดยากนัก
เฟิ่งจิ่วที่กลับถึงเรือนแล้วสั่ง