ากเมือง ไม่รู้ไปไหนขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้ ร่างกายมู่หรงป๋อก็อ่อนเปลี้ยทรุดลงบนพื้น ในหัวขาวโพลนไปหมด คนที่เดิมทีดูแก่ชราในเวลานี้เหมือนแก่ลงไปอีกสิบปี เขานั่งอ่อนแรงอยู่บนพื้น มองไปด้านหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า พูดอะไรไม่ได้อยู่นานนัก…
คนในตำหนักเห็นเช่นนี้ก็มองหน้ากัน ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ
แม้มู่หรงป๋ออยากจะปิดข่าวไว้ แต่ข่าวที่วรยุทธ์เขาค่อยๆ หายไปและใบหน้าแก่ลงช้าๆ ก็ยังแพร่ออกไป หนำซ้ำข่าวที่มู่หรงอี้เซวียนจากไปก็มีคนรู้ทีละน้อย หลังจากได้ยินข่าวนี้ คลื่นใต้น้ำในเมืองอวิ๋นเยวี่ยที่เดิมทีไม่นับว่าสงบเท่าไหร่นักก็เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
ภายในจวนตระกูลเฟิ่ง เรือนที่พำนักของเจ้าตำหนักยมราช
“อึก! ข้าจะบอกนะ เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าตกใจแค่ไหนตอนเห็นภาพเช่นนั้น เกือบจะอดใจไม่อยู่อุทานเสียงหลงออกมาแล้ว เจ้าจินตนาการไม่ได้แน่ คนที่วันก่อนยังดีๆ อยู่ วันต่อมาข้าไปดูก็กลายเป็นตาแก่อายุห้าหกสิบไปแล้ว”
ฮุยหลางพูดกับอิ่งอีอยู่ในลานบ้าน “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือวรยุทธ์เขาจะถูกทำลาย การหายไปช้าๆ นั่นแหละทำให้คนเสียสติ แม้วรยุทธ์อยู่ระดับบรรพชนนักรบ ก็ต้องตรากตรำฝึกบำเพ็ญมาหลายสิบปี มาโดนทำลายทีเดียวเช่นนี้ จิ๊ๆ ยาของภูตหมอไม่ธรรมดาดังคาด ดังนั้นถึงบอกว่าจะล่วงเกินใครก็ได้แต่อย่าล่วงเกินภูตหมอ”
อิ่งอีฟังแล้วดวงตาฉายประกายเล็กน้อย วิธีของภูตหมอแน่นอนว่าเขาก็เคยเห็นมา แต่ไม่นึกว่าจะมียาแปลกๆ