”
ฮุยหลางถลึงตาขึ้นมา “เจ้าอย่าใจดำเกินนักเลย ทำไมถึงแนะนำข้าไปทำแต่เรื่องไม่ดีทั้งนั้น? เจ้ากล้าก็ไปเองสิ ข้าไม่ไปหรอก”
“ไม่ไปหานายท่าน เจ้าไปหาภูตหมอก็ได้!” อิ่งอีเอ่ยต่อไป “สองวันนี้เจ้าวิ่งแจ้นไปหาภูตหมอบ่อยๆ ไม่ใช่หรือ? ลองพูดดีๆ ถึงนายท่านต่อหน้านาง บอกเตือนเสียหน่อย นางอาจจะเข้ามา”
ได้ยินเช่นนี้ ฮุยหลางถึงบอกว่า “แม้สองสามวันนี้ข้าวนเวียนอยู่ใกล้ภูตหมอบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยเจอตัวนางเท่าไหร่ นางคล้ายกำลังยุ่งกับธุระมากมาย หนำซ้ำยังสั่งงานบางอย่างกับองครักษ์พวกนั้น ก่อนจะฝึกบำเพ็ญอยู่ในห้องไม่ออกมา และไม่ให้ใครรบกวน ถึงข้าอยากพูดดีๆ ถึงนายท่านก็ไม่มีโอกาสเลย!”
พูดจบก็เหมือนนึกอะไรได้ เอ่ยถามอีกว่า “นายท่านกับผู้นำตระกูลเฟิ่งคุยกันสนิทสนมดีไม่ใช่หรือ? สองวันนี้ทำไมถึงไม่ไป?” การผูกมิตรกับว่าที่พ่อตาเป็นเรื่องสำคัญมาก ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นานๆ ทีพวกเขาจะมาอยู่จวนตระกูลเฟิ่ง โอกาสเช่นนี้จะพลาดไปไม่ได้
“สองวันนี้ผู้นำตระกูลเฟิ่งเก็บตัวฝึกบำเพ็ญ นายท่านย่อมไม่ไปรบกวนอยู่แล้ว” อิ่งอีบอกไป
“โอ้ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” ฮุยหลางพยักหน้า คิดๆ แล้วก็บอกว่า “เช่นนั้นข้าจะลองไปดูทางด้านภูตหมอแล้วกัน! เจ้าก็ชี้แนะนายท่านให้มากหน่อย อย่าฝึกบำเพ็ญอยู่ในห้องบ่อยนัก อาศัยที่ตอนนี้พวกเราพักอยู่จวนตระกูลเฟิ่ง จะต้องคว้าโอกาสไว้ให้มั่น”
เขาพูดพลางเดินไปด้านนอก จะไปดูสถานการณ์ทางด้านเฟิ่งจิ่วเสียหน่อย