องจนเคยชิน หากพึ่งคนอื่นตลอด สุดท้ายก็จะติดนิสัยชอบพึ่งผู้อื่น ผู้หญิงที่พึ่งคนอื่นเป็นนิสัยจะมีชีวิตอยู่โดยยึดติดกับผู้ชาย แต่เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองกลายเป็นผู้หญิงเช่นนั้นแน่นอน
ได้ยินเช่นนี้ เจ้าตำหนักมองลึกที่นาง เห็นใบหน้านางอมยิ้ม แต่นัยน์ตาเต็มไปด้วยความจริงจัง คิดเพียงเล็กน้อยก็รู้ความหมายของนาง ด้วยเหตุนี้จึงละสายตาออก เอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำน่าดึงดูดซึ่งเจือความหยิ่งยโสบางส่วน “ข้าก็ไม่ใช่คนที่จะช่วยอะไรใครไปเสียหมด”
“เช่นนี้ก็ดี เหลิ่งซวง พาเจ้าตำหนักยมราชไปพักผ่อนที่เรือนเขาเถอะ!” เธอตะโกนออกไป เห็นเหลิ่งซวงเดินเข้ามาจากด้านนอก และทำท่ามือเชื้อเชิญให้เจ้าตำหนัก
“เชิญตามข้ามาเจ้าค่ะ”
แม้หนังหน้าเขาจะหนา แต่โดนนางผลักไสครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ สีหน้าก็อับอายอยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้จึงทำหน้าเคร่งขรึมลุกขึ้นมา หลังจากชายตามองนางก็สาวก้าวเดินออกไป
อิ่งอีชำเลืองมองเฟิ่งจิ่วที่พิงข้างประตู แล้วตามฝีเท้านายท่านออกจากเขตเรือนนี้ไป ในใจแอบทอดถอนใจว่า ‘นายท่านกับภูตหมอเป็นคนรักกันแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมการไปมาหาสู่ของสองคนถึงพิกลเช่นนี้?’
ยามมองพวกเขาออกไป แววตาเฟิ่งจิ่วยิ่งลึกล้ำ เนิ่นนานถึงจะดึงสายตากลับมาและหมุนตัวเข้าห้อง หลังจากปิดประตูก็เข้าห้วงมิติไปฝึกบำเพ็ญ…
เมื่อค่ำคืนมาเยือน ฮุยหลางที่ทำตามคำสั่งมุ่งหน้าไปพระราชวังเพียงคนเดียว และแอบเข้าตำหนักมู่หรงป๋ออย่างเงียบเชียบ ครั้นเห็นว่าต