วลานั้นจริงๆ เมื่อตรวจสอบชัดเจนถึงจะรู้ได้
ฟังนางพูดครึ่งหนึ่งไม่พูดอีกครึ่ง กวนสีหลิ่นก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องอะไร “เจ้าพูดเสียตั้งนานข้ายังไม่เข้าใจ ท่านปู่โดนใครจับตัวไปกันแน่?”
“ข้าเดาว่าคงไม่มีทางไม่เกี่ยวข้องกับนาง” นิ้วมือนางชี้ลงไปยังตราประทับตรงมุมด้านล่าง
“แคว้นมหาสันติ ซู่ซี?” อ่านถึงสองคำนี้กวนสีหลิ่นก็ผงะไป “มีแค่ชื่อนี้จะหมายถึงอะไรได้?”
ได้ยินเช่นนี้เฟิ่งจิ่วจึงมองเขาตาเขม็ง “ข้าว่าสมองพี่คงคิดกลับไปกลับมาไม่เป็นเสียแล้ว! ทำไมท่านปู่ถึงแขวนภาพสาวงามนี้ไว้ในห้อง? ทำไมบนภาพสาวงามถึงมีหงส์? ในภาพนี้นอกจากตราประทับวิญญาณ ยังมีตัวอักษรเล็กๆ จารึกไว้ตรงตราประทับว่าแคว้นมหาสันติ ซู่ซีหนำซ้ำแผ่นหยกที่หล่นอยู่ก็ชี้ชัดไปที่แคว้นมหาสันติ แคว้นรุ่งเรืองระดับสาม ข้อมูลมากมายเพียงนี้นำมารวมกันยังคิดไม่ออกอีกหรือ?”
“เช่นนั้นตอนนี้ท่านปู่อยู่ในแคว้นมหาสันติ หนึ่งในแคว้นรุ่งเรืองระดับสาม? และผู้หญิงที่ชื่อซู่ซีก็ส่งคนมาจับตัวไป? เป็นไปไม่ได้กระมัง?” ผู้หญิงจะจับคนไปปกติก็ควรจับคนที่อายุน้อยหน่อย แต่ไม่นึกว่าจะจับตัวผู้เฒ่าไป คิดยังไงก็แปลกๆ?
เฟิ่งจิ่วเก็บม้วนภาพ บอกอย่างยิ้มแย้มว่า “ดังนั้นข้าจึงไม่กังวลว่าท่านปู่จะมีอันตรายถึงชีวิต ข้าเคยบอกเรื่องนี้กับท่านพ่อแล้ว ว่าไม่ต้องเป็นห่วงท่านปู่หรอก รอจัดการเรื่องที่นี่เสร็จ ค่อยหาโอกาสไปดูที่นั่นเสียหน่อย”
“ในเมื่อรู้ว่าท่านปู่จะไม่มีอันตราย