ขอบคุณโดยไม่สนใจว่าตนเองบาดเจ็บหนัก “ขอบพระคุณเจ้าตำหนักที่เมตตาไม่ฆ่าพวกเรา ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้”
เห็นฝ่ายนั้นสังหารผู้แข็งแกร่งระดับกำเนิดวิญญาณไปเสียดื้อๆ เขากลัวที่สุดว่าเจ้าตำหนักจะฆ่านายท่านด้วย หากมีเจตนาฆ่ากันจริง เกรงว่าต่อให้พวกเขาสู้สุดชีวิตก็ปกป้ององค์รัชทายาทไม่ได้! โชคดีที่ศัตรูโจมตีมาไม่ได้หมายจะฆ่าคน มิเช่นนั้นพวกเขาแต่ละคนคงไม่มีทางรอดชีวิตออกไป
“อึ้งอะไรกันอยู่? ไปเร็ว!” ผู้ฝึกตนวัยกลางคนชุดดำประคองเนี่งเถิงขึ้นมา ตะโกนใส่คนบนพื้นกับพวกผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลัง แล้วตรงไปยังเรือเหาะอย่างรวดเร็ว
ตอนมายิ่งใหญ่โอหัง ตอนไปขายหน้าอย่างยิ่ง แต่ละคนถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ กลัวว่าพวกเขาจะฆ่าให้สิ้นซาก
ผู้คนที่มุงดูมองคนแคว้นเหินเวหาจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ใครกู่ร้องยินดีออกมา จากนั้นทั่วทั้งพื้นที่ก็อึกทึกครึกโครมขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่แตกต่างคือครั้งนี้เป็นเสียงหัวเราะมีความสุขของผู้คนและเสียงตบหน้าตักแซ่ซ้อง…
ท่ามกลางเสียงหัวเราะแซ่ซ้องของทุกคน เจ้าตำหนักยมราชหันไปร่างที่พราวพร่างน่าเย้ายวน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นนางแต่งชุดผู้หญิง ทว่าในสายตาเขากลับเหมือนชินตามาแล้วเป็นพันหมื่นครั้ง ตัวนางเช่นนี้ช่างคล้ายคลึงกับสตรีในภาพวาดเขา ทำให้เขาหลงใหลและควบคุมตัวเองไม่ได้…
เขาจับจ้องนาง ในดวงตาดำขลับล้ำลึกมีเพียงนาง ครั้นนึกถึงแววตาออดอ้อนเมื่อครู่ และกิริยาเล็กๆ น้อยๆ ตอนกล่าวฟ้องเขา