มกลางสายตาให้กำลังใจจากอิ่งอี ฮุยหลางจึงฝืนใจเดินเข้าไปข้างกายเจ้าตำหนักยมราช “นายท่าน พวกเราจะไม่เข้าไปหรือขอรับ ดูจากท่าทางคุณหนูใหญ่เฟิ่งเมื่อครู่ เกรงว่าคงเกิดเรื่องภายในจวน”
เจ้าตำหนักยมราชหันหน้ามาชายตามองเขา เม้มริมฝีปากไม่พูดไม่จา ยังฟังคำพูดเข้าหัว ทว่าในใจยังไม่สบายเพราะถูกนางลืมไว้ตรงนี้ ด้วยเหตุนี้จึงแค่นเสียงเย็น “ข้าเหนื่อยแล้ว”
ฮุยหลางอึ้งไปนิด หมายความว่ายังไง? จะไม่เข้าไปดูหน่อยหรือ? เขากำลังคิดว่าจะแนะนำให้นายท่านเข้าไปพักในจวนตระกูลเฟิ่งดีหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงอิ่งอีลอยมา
“ในเมื่อนายท่านเหนื่อยแล้ว ก็ไปพักในจวนตระกูลเฟิ่งชั่วคราวดีกว่าขอรับ”
ฮุยหลางเพ่งมองไปทางอิ่งอีที่ทำหน้าเคารพ คิดว่าคนคนนี้มักเลือกทำแต่เรื่องไม่เปลืองแรง ก็ใช่ หากสังเกตสีหน้าและคำพูดคนไม่เป็น จะนั่งบนตำแหน่งสูงสุดอันดับหนึ่งขององครักษ์เงาได้อย่างไร ซ้ำยังติดตามข้างกายนายท่านมาหลายปีอีก?
เช่นนี้เอง ภายใต้คำแนะนำทั้งสองคน เจ้าตำหนักยมราชมีสีหน้าเคร่งขรึม เม้มปากพลางเอามือไพล่หลังสาวก้าวเดินไปด้านในจวนตระกูลเฟิ่ง
องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูจวนไม่ได้ขัดขวาง เพราะดูท่าทางคนผู้นี้จะคุ้นเคยกับนายท่านพวกตนนัก ในเมื่อไม่ใช่ศัตรูก็เป็นแขกของพวกเขา
เมื่อเฟิ่งจิ่วกับพวกเจ้าตำหนักยมราชเข้าไปในจวน องครักษ์ด้านนอกก็เก็บกวาดพื้นที่หลังการต่อสู้อย่างว่องไว แล้วสั่งคนขนสมบัติสิบกล่องนั้นเข้าจวนไป ทั้งหมดเป็นรา