นี้ส่วนตนเองกลับเข้าจวน!
ยิ่งคิดยิ่งโมโห ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกขุ่นเคือง!
ฮุยหลางกับอิ่งอีที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นไอหนาวเหน็บบนร่างนายท่านยิ่งเย็นเยือก เย็นเสียจนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะลูบๆ แขนพลางก้าวถอยหลังไป
ทั้งสองล้วนเห็นสีหน้าและการกระทำของนายท่านเมื่อครู่ รวมถึงท่าทางยามภูตหมอหมุนตัวเร่งฝีเท้ากลับเข้าจวนตระกูลเฟิ่งไปโดยไม่แม้แต่จะมองนายท่าน ในใจจึงแอบทอดถอนใจ
ในด้านความรัก ใครหวั่นไหวก่อนคนนั้นพ่ายแพ้
ชัดเจนว่านายท่านของพวกเขาเป็นฝ่ายหวั่นไหวก่อน ส่วนภูตหมอน่ะหรือ! ดูท่าทางแล้วไม่เคยเก็บนายท่านมาใส่ใจเลยด้วยซ้ำ หนทางไล่ตามว่าที่ภรรยาของนายท่าน จิ๊ๆ พวกเขาเห็นแล้วยังเหงื่อตกแทน รู้สึกว่าช่างห่างไกลไม่รู้จุดจบ
“เจ้าเข้าไปสิ” อิ่งอีใช้ศอกกระทุ้งฮุยหลางข้างๆ สื่อให้เขาเข้าไป
ฮุยหลางถลึงตามอง พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “แล้วทำไมเจ้าไม่ไป? ผู้รอบรู้ล้วนเห็นได้ว่านายท่านอารมณ์ไม่ดี เจ้าอยากให้ข้าเข้าไปโดนซัดหรือ”
เห็นเช่นนี้ อิ่งอีชายตามองสหาย แอบคิดว่า ‘เจ้าหมาป่าตาขาวตัวนี้ฉลาดนัก’
เขากระแอมเบาๆ กดเสียงลงพูดว่า “ครั้งนี้นายท่านอารมณ์ไม่ดี เพราะภูตหมอเข้าจวนแล้วลืมเรียกนายท่าน เจ้าเข้าไปบอกนายท่าน ภายในจวนอาจจะเกิดเรื่อง มิเช่นนั้นท่าทางของภูตหมอคงไม่ลนลานเช่นนั้น แบบนี้นายท่านจะซัดเจ้าได้อย่างไร”
ได้ยินเช่นนี้ฮุยหลางก็คิดสักพัก ลูบๆ คาง เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง “อืม เหมือนจะมีเหตุผลอยู่”
ดังนั้น ท่า