ยามนี้ เหล่าทหารรักษาพระองค์ถือคบเพลิงล้อมทั้งจวนไว้ แสงไฟที่แผ่ออกมาจากคบเพลิงนั้นสว่างไสวไปทั่วบริเวณโดยรอบ สว่างราวกลางวัน นอกจากทหารรักษาพระองค์ประมาณสองกองที่ล้อมรอบจวน ยังมีอีกสองกองราวห้าสิบกว่าคนแยกกันยืนอยู่ซ้ายขวาของทางเข้าหลัก แต่ละคนเชิดหน้ายืดอกท่าทางขึงขัง
หัวหน้าคือสองผู้นำกองทหารรักษาพระองค์ สวมชุดเกราะสีเงิน ข้างเอวมีกระบี่ยาวประดับไว้ ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายดุดัน หากมองโดยละเอียดยังเห็นความตื่นเต้นและดุร้ายเล็กน้อยจากท่าทีของพวกเขา
สำหรับการทำตามคำสั่งให้มาจับคนที่จวนตระกูลเฟิ่ง พวกเขาตื่นเต้นจากก้นบึ้งหัวใจ ตระกูลเฟิ่งเป็นเช่นไรพวกเขาต่างรู้ดี ทหารอารักขาเหล่านั้นที่ถูกเรียกว่าองครักษ์ประจำตระกูลเฟิ่ง แต่ละคนล้วนถูกยกย่องว่าเป็นทหารและผู้อารักขาที่โดดเด่นที่สุด พวกเขาอยากประลองฝีมือด้วยมานานแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาส ตอนนี้มีโอกาสแล้วย่อมไม่ปล่อยไป
“คุณหนูใหญ่เฟิ่ง! ข้ารับคำสั่งจากผู้ครองแคว้น มาจับตัวคนที่ทำร้ายรัชทายาทแคว้นเหินเวหา! ขอคุณหนูใหญ่เฟิ่งโปรดส่งตัวมาด้วย!”
หนึ่งในสองผู้นำทหารเปล่งเสียงหนักแน่นที่แฝงกลิ่นอายพลังเร้นลับออกมา ดังชัดเจนเป็นพิเศษกลางค่ำคืน ครั้นเสียงนี้ดังขึ้น ผู้คนในจวนล้วนได้ยิน และทำให้ชาวบ้านที่ล้อมวงเข้ามาชมตกตะลึงยิ่ง
ทำร้ายรัชทายาทแคว้นเหินเวหา? ไม่ใช่กระมัง จริงหรือเท็จกันแน่
“บุก ทุบประตู!”
ผู้นำทหารคนนั้นให้สัญญาณ สั่งทหารสองคนเข้า