ไปทุบประตู ทว่าพวกเขาเพิ่งเดินหน้า มือที่ง้างขึ้นยังไม่ทันตบลง ก็เห็นประตูใหญ่จวนเปิดออกอย่างช้าๆ คุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่งในชุดสีแดงปรากฏตัวภายในประตูบานนั้น ใบหน้างามล้ำ กลิ่นอายชั่วร้ายทรงเสน่ห์ ทำให้ทหารสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูมองตาค้างโดยฉับพลัน
เหลิ่งซวงที่ตามอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วเห็นทหารสองคนนั้นจ้องมองนายท่านอย่างใหลหลง แววตาทั้งละโมบและตะลึงในความงาม จึงถีบทั้งสองกระเด็นไปทันที
“ไสหัวไป!”
เสียงเย็นชาที่หนาวเหน็บดั่งน้ำค้างแข็งเปล่งออกมาพร้อมความดุร้าย ทหารรักษาพระองค์ทั้งสองไม่อาจหลบได้เพราะมึนงง จึงรับลูกเตะนั้นไปอย่างจัง ก่อนจะโซเซทรุดนั่งลงบนพื้น
“เจ้า!”
สองคนที่ตั้งสติได้ลุกขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว ชักกระบี่ข้างเอวออกมาจะต่อสู้ แต่ได้ยินคุณหนูใหญ่เฟิ่งผู้งามเลิศทรงเสน่ห์เอ่ยปากจึงนิ่งชะงักลง
“เป็นอะไร คิดจะลงมือหน้าประตูจวนข้ารึ?”
เฟิ่งจิ่วที่สวมชุดแดงทั้งอวดดีและชั่วร้าย ดวงตางดงามหรี่ลงและมองผ่านคนพวกนั้นไป ใบหน้าพริ้มเพรามีความร้ายกาจสามส่วนกับความเกียจคร้านอีกเจ็ดส่วน กลางหว่างคิ้วมีรัศมีมั่นใจและเย็นเยียบกระจายออกมา ทำให้นายทหารสองคนนั้นก้มหน้าลงพลางก้าวถอยไปโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้ามองตรงๆ
เมื่อเห็นร่างสีแดงแพรวพราวนั้น นัยน์ตาของเหล่าคนซึ่งมุงดูอยู่ไม่ไกลต่างเผยความตะลึงและหลงใหลที่ไม่อาจปิดบัง…
………………………………………………….