ืมไปแล้วหรือว่าข้าแต่งตัวเป็นบุรุษได้แนบเนียนนัก?” ตัวตนภูตหมอของเธอจะปรากฏตัวโดยแต่งตัวเยี่ยงบุรุษเสมอ แม้แต่เจ้าตำหนักยมราชผู้หลักแหลมยังมองไม่ออกเลยไม่ใช่หรือ?
แต่ว่า…
นึกถึงเจ้าตำหนักยมราชผู้เบี่ยงเบนทางเพศคนนั้น เธอก็หนาวสั่นขึ้นมาโดยฉับพลัน
น่ารังเกียจเหลือเกิน ไม่นึกเลยว่าครั้งนั้นหมอนั่นคิดจะจูบเธอ ผ่านมานานเพียงนี้คิดแล้วยังขนลุกซู่ขึ้นมาอยู่เลย
เวลาเดียวกันนี้ บนเส้นทางไปยังแคว้นแสงสุริยัน เจ้าตำหนักยมราชพร้อมด้วยฮุยหลางและอิ่งอีกำลังหยุดพักผ่อนในยามค่ำคืนเพราะเดินทางกันมาทั้งวัน ทันใดนั้นเจ้าตำหนักที่นั่งขัดสมาธิปรับลมปราณอยู่หน้ากองไฟก็จามออกมา ก่อนจะลืมตาดำขลับลึกล้ำคู่นั้นขึ้นและมองไปทางแคว้นแสงสุริยัน
ฮุยหลางข้างๆ เห็นก็ถามอย่างไม่ถูกเวลา “นายท่าน หนาวหรือขอรับ? จะใส่เสื้ออีกสักตัวรึไม่”
อิ่งอีที่ได้ยินมุมปากกระตุก หลังชำเลืองมองเขา แล้วดูตามทิศทางที่นายท่านมองไป ก็กระแอมไอเบาๆ บอกว่า “ภูตหมอคงกำลังคิดถึงนายท่าน”
เจ้าตำหนักมองอิ่งอีแวบหนึ่ง มุมปากยกขึ้นน้อยๆ บนใบหน้าเด็ดเดี่ยวหล่อเหลาผุดรอยยิ้มออกมาอย่างชัดเจน เขาเหลือบมองฮุยหลางข้างๆ ที่ยิ้มเจื่อน ลุกยืนขึ้นสะบัดเสื้อคลุม เอ่ยปากเรียบๆ ว่า
“รีบไปต่อกันเถอะ! อย่าเสียเวลาระหว่างทางมากเกินไป”
ไม่บอกไม่ได้ว่าเขาเองก็คิดถึงนาง ยิ่งเข้าใกล้นางยิ่งคิดถึง โดยเฉพาะหลังรู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในตระกูลของนางช่วงนี้ ในใจก็เป็นห่