พวกนั้นไม่กล้าทำอะไรเจ้าแน่ แต่หากเป็นฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่ง พวกเขาจะก่อเรื่องอะไรบ้างก็พูดยากจริงๆ”
ใบหน้ากวนสีหลิ่นไม่มีรอยยิ้มเช่นยามที่กินอาหารพูดคุยกันก่อนหน้านี้ มีเพียงความกังวลและหนักใจที่ยากจะปิดบัง ถึงอย่างไรฝ่ายตรงข้ามก็เป็นถึงรัชทายาทของแคว้นใหญ่ระดับหก หนำซ้ำที่คนติดตามมายังมีผู้ฝึกเซียนอีกแปดคน หากอยากบังคับชิงตัวจริง ใช้แค่กำลังต่อสู้ทั้งหมดของจวนตระกูลเฟิ่งก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้พวกนั้นได้
“ท่านไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาจะไม่ใช้กำลังฉุดข้า” เธอแย้มยิ้ม เห็นเหลิ่งซวงยกสุราเข้ามาจึงบอกว่า “สำหรับรัชทายาทแคว้นระดับหกคนหนึ่ง เขาจะไม่ใช้คำว่าฉุดชิงตัวที่สบประมาทตนเอง หากต้องชิงตัวผู้หญิงคนหนึ่งไปจริง นั่นจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่มีฐานะเป็นรัชทายาทแน่นอน”
“เจ้ามั่นใจเพียงนี้เชียว” เขาฉงนใจอยู่บ้าง ไม่เข้าใจว่านางเอาความมั่นใจมาจากไหน
“ข้าไม่ได้มั่นใจ แต่เพราะความรักเกียรติในตนเองของบุรุษไม่อนุญาตให้เขาทำเช่นนั้น ท่านลองสลับตำแหน่งกันบ้าง หากเรื่องนี้เกิดกับตัวท่าน ท่านจะฉุดผู้หญิงคนหนึ่งหรือไม่?” เธอยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆ มองเขาอย่างหยอกล้อ
“แน่นอนว่าไม่!”
เขาตอบโดยไม่คิดสักนิด พอพูดไปก็นิ่งอยู่สักพัก จากนั้นจึงหัวเราะขึ้นมา “ฮ่าๆๆ ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง ข้ารู้แล้ว เสี่ยวจิ่ว ทำไมแม้แต่จิตใจบุรุษเจ้ายังสามารถอ่านได้ทะลุปรุโปร่งเพียงนี้?”
เฟิ่งจิ่วยิ้มเจ้าเล่ห์ กล่าวว่า “ท่านล