สิ่งที่ทำให้พวกเขาคิดไม่ถึงคือ องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเหินเวหากลับให้ความสำคัญกับเฟิ่งชิงเกอถึงเพียงนี้ จะแต่งนางเป็นชายารองเท่านั้น กลับไม่ลังเลที่จะเดินทางมาไกล เห็นได้ว่าเขาให้ความสำคัญกับนางยิ่งนัก
สิ่งนี้ทำให้ผู้คนที่เดิมทีคิดว่าจวนตระกูลเฟิ่งจะล่มสลายเพราะเฟิ่งเซียวหมดสติไม่ฟื้นและการหายตัวไปของท่านผู้เฒ่าต่างจับตามองอีกครั้งด้วยท่าทีรอชม
อันที่จริงเรียกว่าชายารอง นั่นก็คือภรรยารอง สิ่งที่ไม่เหมือนกันคืออีกฝ่ายมีฐานะเป็นองค์รัชทายาทแคว้นเหินเวหาจึงแตกต่างเล็กน้อยเท่านั้น คนตระกูลเฟิ่งไม่ยอมให้เฟิ่งชิงเกอเป็นชายารอง แต่ตอนนี้ตระกูลเหลือแค่นางคนเดียว เผชิญหน้ากับรัชทายาทแคว้นเหินเวหาที่มาเยือนด้วยตัวเอง นางจะเลือกทำเช่นไร?
แต่ไม่ว่าทางเลือกของนางเป็นอย่างไร ก็ล้วนเป็นละครฉากหนึ่ง พวกเขาเป็นแค่ผู้รอชมเท่านั้น
“เจ้าว่าอะไรนะ รัชทายาทแคว้นเหินเวหามาถึงแล้ว?”
ภายในจวนอ๋อง มู่หรงอี้เซวียนขมวดคิ้วพลางลุกยืนขึ้น จ้องทหารอารักขาที่รายงานข่าวด้วยสายตาคมกริบ
“ขอรับ ทั้งเมืองอวิ๋นเยวี่ยต่างลือไปทั่ว รัชทายาทแคว้นเหินเวหานั่งเรือเหาะมาจอดตรงประตูวัง ตอนนี้ยังจอดอยู่ตรงนั้น ท่านผู้ครองแคว้นก็ต้อนรับเข้าวังด้วยตัวเอง บอกว่าคืนนี้จะเลี้ยงต้อนรับเขา ซ้ำยังเตรียมจะเรียกคุณหนูใหญ่เฟิ่งเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ มือใต้แขนเสื้อของมู่หรงอี้เซวียนกำหมัดแน่น ในใจมีความโกรธเคืองและกังวลที่ย