า หลังมองนางน้ำเสียงเด็กน้อยถึงจะเปล่งออกจากปาก “ค่อยยังชั่วแล้ว แค่พักฟื้นอีกสองสามวันร่างกายก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้หมด”
“อืม ก็ดี งั้นสองสามวันนี้เจ้าจะพักฟื้นอยู่ในนี้หรืออยากออกไป?” หลังกินหมดไปสองสามคำเธอก็วางชามไว้ข้างๆ
เด็กน้อยชำเลืองมองนาง เอ่ยเสียงเบาว่า “ในบ้านเจ้ายังยุ่งวุ่นวายข้าไม่ออกไปประสมโรงด้วยหรอก จะพักฟื้นอยู่ข้างในนี้แหละ”
“อืม ก็ได้”
เธอพยักหน้าเห็นด้วยอย่างมากกับการที่เขาจะพักฟื้นอยู่ในห้วงมิติ ถึงอย่างไรด้านในนี้ก็เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ จะพักฟื้นแน่นอนว่าใช้แรงน้อยแต่ได้ผลมาก ทว่าเห็นเมื่อครู่ใบหน้าเล็กแดงก่ำอยู่ตลอดในใจจึงสงสัยอย่างอดไม่ได้
“เจ้าไม่สบายหรือเปล่า? ทำไมหน้าแดงเพียงนี้? ยื่นมือออกมาให้ข้าดูหน่อย” เด็กน้อยคนนี้คงไม่ได้ไม่รู้ว่าตัวเองไม่สบายหรอกกระมัง?
“ไม่ต้องๆ ข้าไม่เป็นไร” เขาโบกมือรัวๆ พลางถอยหลังไป
เห็นท่าทางเขารู้สึกผิดอยู่บ้าง เธอจึงเลิกคิ้วด้วยความสงสัย “ไม่เป็นไร? ไม่เป็นไรแล้วเจ้ารู้สึกผิดอะไร?”
“ข้ารู้สึกผิดเสียที่ไหน!”
“ไม่รึ? งั้นใครเล่าที่หลบสายตาไม่กล้ามองข้า? และใครกันถอยไปข้างๆ ด้วยความตื่นตระหนกซ้ำยังเอามือซ่อนไว้ด้านหลังอีก? พูดมา! เจ้าทำเรื่องรู้สึกผิดอะไรไปกันแน่?”
เธอมองเขายิ้มๆ เห็นครั้งนี้ถึงจะคิดว่าเขาช่างร่าเริงมีชีวิตชีวาเฉกเช่นมนุษย์เด็กน้อย ซ้ำยังรู้จักรู้สึกผิดและอายเป็น ไม่ได้ฝืนเสริมความเป็นผู้ใหญ่ด้วยการวางท่าทางเช