่นเด็กที่ทำตัวโตกว่าวัยอีกแล้ว
“ข้าเปล่า!” เขาสะบัดหน้าหนีไม่ยอมพูด
เฟิ่งจิ่วเห็นหน้าเขาแดงก่ำด้วยความรู้สึกโกรธจัด ครุ่นคิดอยู่ในใจพลางดวงตาก็กวาดมองไปรอบๆ เมื่อสายตาหยุดลงบนกล่องทรงยาวก็ตกใจเล็กน้อย ลุกขึ้นเดินไปเปิดกล่องนั้นออกมาดู
“เจ้ากินโสมพันปีไปเกินครึ่งเลยรึ?”
น้ำเสียงเธอยกขึ้นเล็กน้อย มองหงส์ไฟน้อยที่หดหัวด้วยความตกตะลึงอยู่บ้าง แล้วส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “เจ้าไม่รู้จักคำว่าคนป่วยไม่ถูกกับยาแรงรึ? ยิ่งไปกว่านั้นของอย่างโสมพันปีนี้คนปกติแค่เสี้ยวเดียวก็ยื้อชีวิตได้ เจ้ากลับกินไปเกินครึ่ง เลือดกำเดาไม่ไหลก็ถือว่าโชคดีแล้ว”
เขารู้ว่าตนเองไม่มีเหตุผลพอ แอบๆ มองนางพลางเอ่ยเสียงเบา “ข้าตื่นมาท้องก็หิว ซ้ำยังไม่มีของอื่นที่กินได้เลย…”
เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างจนใจ “ก็ได้ ข้าไม่ว่าเจ้าแล้ว แต่เจ้าอย่าได้เสียสรรพคุณทางยาของโสมพันปีนี้ไปสูญเปล่า จงรีบไปฝึกบำเพ็ญปรับกลิ่นอายโดยเร็ว” เธอวางอีกครึ่งที่เหลือไว้ กำชับว่า “ส่วนที่เหลือนี่จะกินอีกไม่ได้ ร่างกายเจ้ารับไม่ไหวหรอก”
“อืม” หงส์ไฟน้อยขานรับ มองเธอถือชามออกจากห้วงมิติไปถึงจะถอนหายใจออกมา
เวลาพลบค่ำ ประตูห้องเฟิ่งจิ่วเปิดออก เหลิ่งซวงที่เฝ้าอยู่ด้านนอกจึงเข้ามารับหน้า
“นายท่าน อาหวาบอกว่าผู้นำตระกูลเตรียมอาหารไว้ในเรือนหลักให้ท่านเข้าไปทานเจ้าค่ะ”
“อืม ไปกันเถอะ!” เธอขานรับแล้วเคลื่อนก้าวไปยังเรือนหลัก…
………………………………………………….