เล “คุณหนูใหญ่?”
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองพวกเขา ถามว่า “หลัวอวี่กลับมาหรือยัง?”
“หลัวอวี่กลับมาแล้วตอนนี้คงอยู่ในเรือน ให้ข้าน้อยไปเรียกเขามาไหมขอรับ?” ฟั่นหลินเอ่ยปากถาม
“ไม่ต้องหรอก” เธอบอกก่อนจะเดินเข้าเรือนไป กลับเห็นมีคนแปดคนบ้างนั่งบ้างยืนอยู่ในสวน ต่างก็อายุราวๆ สี่สิบ
“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วหรือ?”
ทั้งแปดคนเห็นนางก็ลุกยืนขึ้นมาประสานมือคารวะด้วยความเคารพ “คารวะคุณหนูใหญ่”
“อืม”
เธอพยักหน้า แล้วเคลื่อนก้าวเดินไปข้างหน้า เฟิ่งจิ่วไม่รู้จักพวกเขาแต่ในความทรงจำกลับมีภาพว่าเป็นองครักษ์ของท่านพ่อ และตอนนี้ยังเป็นอาจารย์ของหัวหน้ากองย่อยแปดคนนั้น
“นายท่าน” เหลิ่งซวงเดินออกมา เห็นนางกลับมาท่าทางที่เย็นชาก็มีความดีใจปรากฏ
“พ่อข้าเป็นยังไงบ้าง?” เธอถามพลางเดินเข้าไป
“ท่านผู้นำตระกูลดีขึ้นมาแล้วเจ้าค่ะ”
เหลิ่งซวงบอกพลางตามหลังเธอเข้าไป เพราะนอกในเรือนล้วนมีคนเฝ้าช่วงนี้ประตูเรือนจึงไม่ได้ปิดไว้เท่าไหร่ และนายท่านยังสั่งว่าต้องให้ภายในห้องมีอากาศถ่ายเทเพื่อเป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของผู้นำตระกูล
“นายท่านกลับแล้ว!” เหลิ่งหวาเห็นนางก็ยิ้มด้วยความระรื่น
“กลับมาแล้วล่ะ” เธอพยักหน้าเข้ามาในห้อง “ท่านพ่อ ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงถอยออกไปเพื่อให้พื้นที่พวกเขาสองคน เหลิ่งซวงบอกว่า “อาหวา เจ้าอยู่เฝ้าที่นี่นะ ข้าจะกลับเรือนไปสั่งงานเสียก่อนค่อยเข้ามา”
“ขอรับ” เหลิ่งหวาขานรับ มองนางจากไปแล