้วตนเองก็ยืนมองตากับชายวัยกลางคนแปดคนอยู่ในสวน
“เจ้าชื่อเหลิ่งหวารึ?” ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นเอ่ยปากบอก สีหน้าที่เคร่งขรึมเสมอผุดรอยยิ้มออกมา มองยังไงก็ดูแข็งๆ นิดหน่อย
เหลิ่งหวามองพวกเขา พยักหน้า “ขอรับ”
“วิชาหมัดที่เจ้าฝึกอยู่ในสวนทุกเช้านั้นเรียกว่าอะไร? แล้วใครเป็นคนสอนเจ้า?” เขาถามอีก พวกเขามาถึงได้สองวัน จึงเห็นหนุ่มน้อยคนนี้ฝึกวิชาหมัดที่อ่อนช้อยอยู่ทุกๆ วัน วันนี้ถึงได้ถาม
………………………………………………….
ตอนที่ 384 อย่าก่อเรื่อง!
“มันเรียกว่าไทเก๊กขอรับ นายท่านสอนให้” เหลิ่งหวายกยิ้มขึ้นพูดอย่างเริงร่า ถึงภายในจวนมีคนมากมายเพียงนี้นายท่านก็สอนเขาแค่คนเดียวเท่านั้น
ไทเก๊ก? ชายวัยกลางคนทั้งแปดมองหน้ากัน ต่างไม่เคยได้ยินวิชาหมัดเช่นนี้ แต่ด้วยวรยุทธ์และสายตาจึงมองออกแน่นอนว่ากระบวนหมัดชุดนั้นอ่อนโยนยิ่งนัก คือการใช้ความอ่อนช้อยเปลี่ยนเป็นความแกร่งด้วยท่วงท่าสี่ตำลึงปาดพันชั่ง
“เหอะๆ เหลิ่งหวา พวกเรามาลองสักสองสามกระบวนท่าเป็นยังไง?” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น อยากจะลองพลังของหมัดนั้นเสียหน่อย
ใครจะรู้ว่าเหลิ่งหวากลับส่ายหน้า “ไม่ได้ขอรับ นายท่านสอนไทเก๊กนอกจากเพื่อร่างกายแข็งแรงก็เพื่อให้ข้ามีความสามารถป้องกันตัว จะใช้แสดงโอ้อวดฝีมือไม่ได้”
ได้ยินคำพูดนี้มุมปากพวกเขาก็กระตุก “ไม่ใช่โอ้อวดฝีมือ เป็นการเรียนรู้กันและกันต่างหาก” ทำไมหนุ่มน้อยคนนี้ถึงซื่อบื้อเพียงนี้? ไหนบอกว่าวันนั้นเขายังสั่งสอนอง