ครักษ์คนหนึ่งอยู่เลยไม่ใช่หรือ? ทำไมตอนนี้ถึงหัวถึงไม่เข้าคำพูดอ้อมค้อมเสียแล้วเล่า?
“เช่นนั้นก็ไม่ได้ขอรับ ข้าจะไม่ลงมือกับพวกเดียวกัน” เขาพูดพลางส่ายหน้า ยืนอย่างเป็นระเบียบและไม่คิดจะสนใจพวกเขาอีก
เห็นเช่นนี้พวกเขาก็ส่ายหน้ายิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ไม่รู้ว่าคุณหนูใหญ่ไปหาพี่น้องคู่นี้มาจากไหน แม้กำลังจะไม่แกร่งมากแต่ชนะขาดในความภักดีที่มีมากพอต่อคุณหนูใหญ่
“เสี่ยวจิ่วกลับมาแล้วรึ?” กวนสีหลิ่นก้าวยาวเดินเข้ามาจากด้านนอก หลังจากเห็นชายวัยกลางคนแปดคนในสวนก็พยักหน้าให้
“คุณชาย นายท่านกลับมาแล้ว อยู่ข้างในห้องขอรับ” เหลิ่งหวาเอ่ยปากบอกพร้อมชี้ไปที่ห้อง
กวนสีหลิ่นก้าวยาวเดินเข้าไป บอกว่า “ข้ามีธุระกับนางพอดี” เขามาเคาะประตูหน้าห้องถึงจะเดินเข้าไป เห็นสองคนด้านในกำลังนั่งคุยกันอยู่จึงเดินไปหา
“พ่อบุญธรรม เสี่ยวจิ่ว”
“สีหลิ่นมาแล้ว! นั่งสิ“ เฟิ่งเซียวส่งสัญญาณให้เขามานั่งข้างๆ
“พี่ขาย แผ่นหยกนั้นตรวจสอบได้อะไรมาบ้าง?” ท่านพ่อบอกเรื่องคืนนั้นกับเธอแล้ว ตามความคิดเธอ คนคนนั้นแค่จับตัวท่านปู่ไปและไม่ทำร้ายคนในเรือนคงจะไม่ทำอะไรเขาหรอก แต่ก็ไม่รู้ว่านี่จะเกี่ยวโยงกับเรื่องอะไรกันแน่? ถึงต้องเข้ามาจับตัวท่านปู่ไป?
ด้วยกำลังท่านปู่ กำลังของคนที่จับตัวเขาไปต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ เธอถึงกับมั่นใจได้ว่าต้องไม่ใช่คนแคว้นแสงสุริยันแน่นอน
“ส่งให้ตลาดมืดตรวจสอบแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลอะไร ถึงอย่างไรกว่