าข่าวนี้จะมาถึงยังต้องใช้เวลาสักพัก แต่ผู้ดูแลเหยียนบอกว่าหากมีข่าวคราวจะแจ้งพวกเราทันที”
กวนสีหลิ่นพูดจบก็มองเฟิ่งจิ่ว บอกว่า “ข้าได้ยินหลัวอวี่บอกว่าการไปครั้งนี้พวกเจ้าเจอปัญหาเข้า ตอนนี้ไม่เป็นอะไรกลับมาก็ดีแล้ว เจ้านี่จริงๆ เลย กับผู้แข็งแกร่งระดับหลอมแก่นพลังขั้นสูงสุดจะไปฝืนสู้ด้วยได้ยังไง? หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นพ่อบุญธรรมจะทำเช่นไร?”
“จริงด้วย! เสี่ยวจิ่ว ทีหลังเจ้าต้องระวังหน่อย จะก่อเรื่องเช่นครั้งนี้อีกไม่ได้ กำลังเจ้าคนเดียวถึงอย่างไรก็มีขีดจำกัด เรื่องไหนๆ ล้วนต้องทำตามกำลังตน ต่อให้ครั้งนี้หลัวอวี่ตายไปเพราะเหตุนี้ก็ไม่มีใครโทษเจ้าหรอก ที่จริงกำลังศัตรูก็แกร่งเกินไป วิธีการต่อสู้ด้วยชีวิตเช่นเจ้านี้พวกเราไม่เห็นด้วย” เฟิ่งเซียวกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งนัก แค่หวังว่านางจะจดจำอันตรายครั้งนี้ไว้ว่าภายหลังจะก่อเรื่องวุ่นวายอีกไม่ได้
“เจ้าค่ะ ลูกทราบแล้ว” เธอยิ้มรับทั้งคิ้วตาโค้งมน ใบหน้ามอมแมมราวกับแมวลายตัวน้อยที่ซุกซนทำให้คนมองต่างผุดรอยยิ้มออกมาโดยฉับพลัน
เฟิ่งเซียวส่ายหน้ายิ้ม “ดูเจ้าสิเนื้อตัวกระเซอะกระเซิง ไหนเล่าท่าทางของลูกสาวบ้านนี้? รีบกลับไปล้างให้สะอาดก่อนค่อยว่ากัน”
………………………………………………….