เลย”
ได้ยินเช่นนี้หลัวอวี่จึงถาม “พอข้าเข้าเมืองก็เห็นพวกพี่น้องมากันหมด พวกท่านอาจารย์ไม่ได้มาด้วยหรือ?”
“มาสิ ตอนนี้ต่างอยู่ในเรือนท่านผู้นำตระกูล” ฟั่นหลินพูดจบก็ถามว่า “คุณหนูใหญ่ล่ะ? ทำไมไม่กลับมาพร้อมกับเจ้า? คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรกระมัง?” ไม่แปลกจริงๆ ที่เขาจะคิดเช่นนี้ ทว่าช่วงนี้จวนตระกูลเฟิ่งเกิดเรื่องขึ้นมากมายจริงๆ จะให้เขาไม่คิดเช่นนี้คงยากนัก
“เฮ้ยๆๆ! พูดจาเลอะเทอะอะไรเนี่ย! นายท่านยังสบายดีมาก” หลัวอวี่ถลึงมองพวกเขาอย่างไม่สบอารมณ์ บอกว่า “ข้าจะไปพบท่านผู้นำตระกูลกับพวกอาจารย์ก่อน” พูดจบก็เร่งฝีเท้าเดินไปยังเรือนเฟิ่งเซียว
ทุกคนเห็นท่าทางจึงเร่งฝีเท้าตามไป
ภายในเรือนเฟิ่งเซียว ยามนี้ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าแปดคนกำลังนั่งอยู่ในสวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร ทุกคนต่างพยักหน้าเป็นครั้งคราวและซุบซิบกัน ก่อนจะเหลือบไปโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นร่างที่เร่งฝีเท้าเข้ามาคำพูดพวกเขาถึงจะหยุดลง
“อาจารย์! อาจารย์อาทั้งหลาย!”
หลัวอวี่ก้าวเข้าเรือนก็ขานเรียกและมายังเบื้องหน้าพวกเขา “พวกเรามาแล้วขอรับ!”
อาจารย์ของหลัวอวี่มองเขา ไม่เห็นร่างเฟิ่งชิงเกอสีหน้าก็คร่ำเครียดโดยฉับพลัน ถามว่า “เจ้าออกไปข้างน้อยพร้อมกับคุณหนูใหญ่ไม่ใช่หรือ? ทำไมเหลือแค่เจ้า? คุณหนูใหญ่ล่ะ?”
“นายท่านมีธุระต้องไปทำ นางว่าจะถึงบ้านช่วงค่ำๆ จึงให้ข้ากลับมาบอกก่อนขอรับ”
ได้ยินคำพูดนี้สีหน้าพวกเขาถึงจ