ะผ่อนคลายลง พวกนายท่านในจวนต่างเกิดเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าจึงกังวลว่าจะเกิดเหตุอะไรกับคุณหนูใหญ่ด้วย เช่นนั้นคงเป็นปัญหาจริงๆ
“ในเมื่อเจ้ายอมรับนายแล้วก็ควรตามไปอารักขาอยู่ข้างกายนาง ทำไมถึงกลับมาเอง? ยามนี้เป็นช่วงที่ภายในจวนเกิดเรื่องมากมาย หากเกิดเรื่องอะไรกับคุณหนูใหญ่ใครจะรับผิดชอบ?” อาจารย์หลัวอวี่ตำหนิกล่าวโทษที่เขาไม่ตามไปอารักขาเฟิ่งจิ่วให้ตลอดทาง
ได้ยินเช่นนี้หลัวอวี่ก็มองอาจารย์ด้วยสีหน้าน้อยใจ เอ่ยว่า “นายท่านไม่ให้ข้าตามไป คำพูดนางไม่ฟังไม่ได้ขอรับ!”
“หลัวอวี่ ท่านผู้นำตระกูลเรียกเจ้า” เหลิ่งซวงเดินออกมาจากห้อง เรียกพลางมองหลัวอวี่ในสวน
“ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์อา ข้าต้องเข้าไปรายงานเรื่องครั้งนี้กับท่านผู้นำเสียก่อน” เขาพูดจบก็รีบเดินเข้าห้องไป
ทุกคนในสวนเห็นเช่นนี้ก็มองหน้ากัน เหลือบเห็นพวกองครักษ์คนอื่นๆ มากันแล้วจึงบอกว่า “พวกเจ้าเข้ามาซิ”
ฟั่นหลินเดินเข้าไปตามคำเรียกหา ทุกคนต่างขานเรียกอาจารย์
ชายวัยกลางคนหนึ่งในนั้นมองพวกเขาเจ็ดคนพลางเอ่ยเสียงเข้ม “ข้าขอถาม ทำไมพวกเจ้าแปดคนถึงมีแค่หลัวอวี่ที่ยอมรับนาย?”
ได้ยินคำพูดนี้พวกเขาต่างครุ่นคิด ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
เห็นพวกเขาต่างครุ่นคิดสีหน้าเหล่าชายวัยกลางคนก็ถมึงทึงขึ้นมา แววตาคมกริบจับจ้องเพื่อรอพวกเขาพูดเหตุผลออกมา
………………………………………………….