งสองเห็นพวกเขาขวางประตูไว้ไม่ให้เข้าไป หนึ่งในนั้นจึงก้าวยาวเดินเข้าไปสะบัดแขนเสื้อตะโกนว่า “หลบไป! ข้าจะเข้าไปพบคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิ่ง หากพวกเจ้ากล้าขัดขวางก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
พวกเขาตกใจกับแรงกดดันจากชายชราคนนั้น ร่างกายสะดุ้งถอยห่างเล็กน้อยในทันที กำลังจะลงมือก็ได้ยินเสียงหนึ่งลอยมา
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
พอเสียงนั้นดังมาทุกคนตรงหน้าประตูจวนก็มองไปยังผู้มาใหม่ตามเสียง เพียงเห็นมู่หรงอี้เซวียนในชุดคลุมสีม่วงมือหนึ่งวางไว้ข้างหน้าอีกมือหนึ่งไพล่หลังก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาคร่ำเครียดเล็กน้อย คิ้วขมวดกันเบาๆ จ้องมองชายชราสองคนนั้นด้วยสายตาที่มีความแหลมคมและไม่ชอบใจ
“ทั้งสองท่านเป็นคนข้างกายเสด็จพ่อไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมาก่อเรื่องหน้าประตูจวนตระกูลเฟิ่งเล่า?” น้ำเสียงที่อ่อนโยนในวันวานยามนี้มีความเคร่งขรึมและไม่พอใจ สายตาที่จ้องมองชายชราทั้งสองเฉียบคมปานกระบี่ราวกับจะมองความคิดพวกเขาออก
“คารวะท่านอ๋องสาม”
ชายชราทั้งสองเห็นว่าผู้มาใหม่คือมู่หรงอี้เซวียนก็ตกใจเล็กน้อยพักหนึ่งกลับไม่กล้าแสดงออกมา ทว่ายังคารวะไปตามระเบียบ ในสายตาพวกเขาตอนนี้แม้มู่หรงอี้เซวียนเป็นเพียงท่านอ๋อง แต่พรสวรรค์และกำลังเขายังโดดเด่นยิ่งนักในหมู่คนรุ่นเยาว์ ความสำเร็จในอนาคตต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ถึงกับห่างไกลจากมู่หรงป๋อไปมาก ด้วยเหตุนี้ต่อหน้าเขาทั้งสองจึงไม่กล้าเหิมเกริมจนเกินไป
แต่มู่หรงอี้เซวียนยกเลิกการหมั้น