หมายกับเฟิ่งชิงเกอแล้ว ทำไมยังปรี่มาจวนตระกูลเฟิ่งบ่อยๆ อีก? ตามที่พวกเขารู้ คนภายในจวนก็ไม่ได้ชอบเขามากเท่าไหร่!
“ท่านอ๋องสาม”
องครักษ์หกนายประสานมือคารวะ จากนั้นสายตาจึงมองผ่านบนร่างชายชราทั้งสองที่หลุบตาลงน้อยๆ ไม่พูดไม่จา ฟั่นหลินเอ่ยปากบอกว่า “ภายในจวนมีคำสั่ง ช่วงนี้ปิดประตูไม่รับแขกใครมาก็ไม่ขอพบ หลังพวกเราชี้แจงสองท่านนี้ไม่ยอมออกไปซ้ำยังจะบุกเข้ามา บอกว่าต้องการนำของมาแลกเปลี่ยนกับเหล่าไป๋ม้าของคุณหนูใหญ่ตระกูลเรา จะขอถามท่านอ๋องสามสักหน่อย ไม่ทราบว่านี่เป็นความตั้งใจของผู้อาวุโสสองท่านนี้หรือผู้ครองแคว้น?”
มู่หรงอี้เซวียนที่ได้ยินคำพูดนี้กวาดมองไปทางชายชราสองคนนั้นด้วยสายตาตึงเครียดเล็กน้อย “เรื่องนี้เป็นความจริงรึ?”
“คือ…”
ทั้งสองลังเล เงียบอยู่นานไม่ปริปาก
เห็นท่าทีทั้งสองมู่หรงอี้เซวียนก็ใบหน้าบึ้งตึง บอกว่า “จวนตระกูลเฟิ่งยังคงเป็นตระกูลผู้ปกปักษ์แคว้น ต่อให้ส่งมอบอำนาจไปแล้วหรือแม่ทัพเฟิ่งล้มลง ข้าก็ไม่อนุญาตให้ใครรังแกคนจวนตระกูลเฟิ่งแม้แต่น้อย! ครั้งนี้ข้าจะไม่ถือสาหาความกับพวกท่าน หากมีครั้งต่อไปต่อให้เสด็จพ่อปกป้องพวกท่านข้าก็ไม่ปรานีแน่!”
น้ำเสียงเขาทั้งดุดันและมีความขึงขัง คนคนหนึ่งที่เดิมเคยอบอุ่นสง่างามพอโกรธขึ้นมาก็ทำให้คนไม่กล้ามองตาเขาตรงๆ คำพูดเอ่ยออกมาอย่างเสียงดังทรงพลัง ไม่เพียงทำให้ชายชราทั้งสองรับรู้ถึงจุดยืนของเขา ยังทำให้คนจวนตระกูลเฟิ่งที่แอบสังเก