พราะได้ฟังข่าวนี้
ทว่าไม่มีเลย เขาหลังได้ยินข่าวสีหน้าท่าทางเยือกเย็น ใบหน้าถมึงทึงคล้างกำลังคิดอะไรกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแต่ความกังวลในดวงตายังคงไม่อาจซุกซ่อน
“อะไรนะ? ท่านปู่โดนจับตัวไป? นี่ นี่เป็นไปได้ยังไง?”
กวนสีหลิ่นสีหน้าตกตะลึง ไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินสักเท่าไหร่ ด้วยกำลังท่านผู้เฒ่าใครกันที่มีฝีมือพอจะแอบเข้ามาในจวนเงียบๆ และจับตัวเขาไปภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ทำให้ใครๆ แตกตื่น?
“พูดมาอย่างละเอียดซิ”
เฟิ่งเซียวพูดเสียงเข้มพร้อมจ้องเหลิ่งซวงด้วยสายตาคมกริบ “เกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วใครบ้างที่รู้เห็น? บอกสิ่งที่เจ้ารู้มาอย่างละเอียดเลย”
“เจ้าค่ะ!”
เหลิ่งซวงขานรับ เอ่ยว่า “ตอนนายท่านออกไปได้กำชับข้าน้อยว่าต้องเข้าไปส่งอาหารบำรุงให้ท่านผู้เฒ่าทุกวัน เมื่อเช้านี้เข้าไปเห็นทหารอารักขาในเรือนท่าทางผิดปกติ ต่างยืนอยู่ตรงนั้นทั้งร่างกายแข็งทื่อ เข้าไปสำรวจดูถึงรู้ว่าถูกคนปิดผนึกจุดชีพจรไว้ พอตรวจดูในห้องท่านผู้เฒ่าเตียงนอนก็เย็นชืด ด้านในห้องไม่มีร่องรอยการต่อสู้ หลังตรวจสอบยังไม่มีเบาะแสอะไรเหลือไว้ สิ่งเดียวที่รู้คือคำบอกเล่าจากปากหทารอารักขาสองสามคนนั้นที่ถูกกดจุดชีพจรไว้ว่าเมื่อคืนมีคนสวมผ้าคลุมสีดำจับตัวท่านผู้เฒ่าไปเจ้าค่ะ”
ตอนนี้ฟั่นหลินก็เข้ามาพูดว่า “ท่านผู้นำตระกูล หลังพวกเรารู้ข่าวจึงไปสอบถามภายในจวนมา บอกว่าเมื่อคืนกลางดึกนอกจากเสียงเหล่าไป๋ร้องก็ไม่มีเสียงอะไรแปลกๆ เลย