เห็นหัวกะโหลกนั้นโดนเลือดที่ผุดขึ้นจากผืนดินโอบล้อมไว้ สองช่องดวงตาที่เดิมเคยกลวงโบ๋ยามนี้มีแสงแปลกๆ สีแดงเลือดปะทุออกมา แล้วหนึ่งในนั้นก็ลอยขึ้นมาโจมตีเฟิ่งจิ่ว
ยามนี้เฟิ่งจิ่วตกใจเล็กน้อย ไม่นึกว่าแรงต้านทานของหัวกะโหลกนี่จะแกร่งเช่นนี้ แม้แต่พลังกระบี่คมพยับยังทำลายพวกมันไม่ได้
จริงๆ แล้วที่เธอไม่รู้ก็คือแรงต้านทานของหัวกะโหลกหาได้แข็งแกร่งไม่ ที่แข็งแกร่งมีเพียงเลือดที่ห่อหุ้มมัน เลือดที่รวบรวมวิญญาณไว้นับไม่ถ้วนนั่นเองที่กำลังต่อต้าน ดวงตาค่ายกลคือจุดอ่อนของค่ายกลนี้หากทำลายมันวิญญาณนับร้อยภายในค่ายกลวิญญาณโลหิตก็จะมลายกลายเป็นหมอกควัน ด้วยเหตุนี้ต่อให้ไม่มีแรงกระตุ้นจากหัวหน้าคนนั้น และถึงแม้จะเกรงกลัวแรงกดดันเทวะในตำนานบนร่างนาง ยามนี้พวกมันมีเพียงต้องฝืนยืนหยัด
เห็นเช่นนี้เฟิ่งจิ่วจึงจุดกระบอกระเบิดในมือโยนออกไป อันหนึ่งโยนหาหัวกะโหลกพวกนั้น ส่วนอีกอันโยนไปยังดวงตาค่ายกลตรงกลาง จากนั้นค่อยถอยห่างอย่างรวดเร็ว ขณะที่ถอยออกเพียงได้ยินเสียงตู้มดังสนั่นสองเสียงลอยมาจากด้านหลัง อานุภาพรุนแรงแม้แต่ฝุ่นดินบนพื้นยังลอยฟุ้งขึ้นมา
“อั่ก!”
ชายชราที่คิดจะเข้าไปกลับถูกผู้ฝึกตนทั้งสี่ล้อมไว้พลันกระอักเลือดออกมา กลิ่นอายประกายเลือดบนร่างค่อยๆ อ่อนลง สักพักร่างกายก็เหมือนจะแก่หง่อมขึ้นมา แม้แต่ผิวหน้ายังเหี่ยวย่นขึ้นตามมา
หลังจากรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ปฏิกิริยาแรกของเขาคือความหวา