ายชราผู้ซูบผอมคนนั้น การโจมตีของทั้งสี่ก่อตัวกันเป็นวงล้อมโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาล่าถอย ทว่าชายชรากำลังเหนือกว่าพวกเขาสี่คนอย่างชัดเจน
เพียงเห็นเขาที่เคยหลับตาวาดสัญลักษณ์เปิดดวงตาอันดุร้ายกระหายเลือดขึ้นกะทันหัน ดวงตาคู่นั้นคล้ายมีลำแสงสีเลือดปะทุออกมา กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอายแห่งความตายพันล้อมรอบกายอย่างหนักหน่วง พอแผดเสียงหลังสองมือวาดสัญลักษณ์สุดท้ายเสร็จเรียบร้อยก็ผลักขึ้นไปทันใด
“อ๊าก!”
กลิ่นอายประกายสีเลือดคละคลุ้งกวัดแกว่งออกมาจากสองมือเขา ท่วงท่ารุนแรงพุ่งไปหาทั้งสี่คนราวกับพายุโหมกระหน่ำซัดพวกเขากระเด็นออกไปเสียดื้อๆ
“อั่ก!”
ทั้งสี่ต่างบาดเจ็บเพราะพลังประกายสีเลือดที่แข็งแกร่งรุนแรง ขณะที่ร่างกายลอยไปปากก็กระอักเลือดออกมา ล้มออกไปไกลสิบกว่าเมตรอย่างหนักหน่วงและร่วงลงตรงริมขอบค่ายกล เลือดที่พรั่งพรูอยู่บนพื้นที่ค่ายกลราวกับมีมือแต่ละคู่กดพวกเขาไว้กับพื้น
แต่โชคยังดีที่กลิ่นอายพลังวิญญาณในร่างพวกเขาฟื้นคืนกลับมาและร่างกายไม่เมื่อยล้าอ่อนแรงเสียจนไม่อาจลุกยืนเช่นก่อนหน้านี้ ทว่าถึงอย่างไรก็บาดเจ็บจากกลิ่นอายประกายเลือดอันทรงพลังนั่น สักพักพอคิดจะลุกขึ้นจึงกลับทำไม่ได้
และในเวลานี้เอง หลังจากสายตาที่ดุร้ายกระหายเลือดของชายชราร่างผอมมองผ่านทั้งสี่คนในค่ายกลก็จับจ้องบนร่างเฟิ่งจิ่วที่ยืนอยู่ในค่ายกลไม่ขยับเขยื้อนกาย ไอสังหารในดวงตาแสนสะพรึง หน้าตาโหดเหี้ยมน่าหวาดกลัว ความบ้าคลั่ง