ที่อยากจะเชือดเฟิ่งจิ่วเป็นชิ้นๆ ทำให้ผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังทั้งสี่เห็นแล้วหวั่นใจโดยฉับพลัน
“หนีไปเร็วเข้า!”
ทั้งสี่ส่งเสียงตะโกนอย่างทนไม่ได้ เวลานี้อดไม่ไหวที่จะพากันเป็นห่วงนางขึ้นมา ไม่ได้เป็นห่วงความปลอดภัยเพราะนางกุมชะตาชีวิตพวกเขาไว้ ถึงอย่างไรหากนางตายดวงวิญญาณพวกเขาที่นางเก็บไปก็จะไม่โดนขู่เข็ญอีก
การส่งเสียงเตือนของพวกเขาเป็นเพียงเพราะความโดดเด่นของนาง แค่เพราะพวกเขาไม่อยากเห็นผู้ทรงอำนาจที่มีพลังแห่งราชันและมีความเป็นไปได้มากว่าสักวันหนึ่งจะได้ครอบครองใต้หล้าต้องถูกสังหารลงที่นี่ในยามที่ยังไม่ทันได้เฉิดฉาย
“หนี? ฮ่าๆๆๆๆ! ทำข้าเสียเรื่อง ข้าไม่เพียงต้องการฆ่านาง ยังอยากให้นางตาย อย่าง ไม่ เหลือ ซาก!”
น้ำเสียงที่เอ่ยทีละคำนั้นมีความโหดร้ายกระหายเลือด สิ้นสุดเสียงดุร้ายเย็นชาก็เห็นไอสังหารเข้าโจมตีอย่างมืดฟ้ามัวดินถาโถมไปทางเฟิ่งจิ่วราวกับคลื่นทะเลที่ซัดขึ้น เหมือนอยากให้เธอจมอยู่ในไอสังหารนั้น
ขณะเดียวกันชายชราผอมแห้งที่เดิมนั่งขัดสมาธิอยู่ตลอดเวลานี้ผุดลุกขึ้นมา ฝ่ามือจับท่ากรงเล็บและกลิ่นอายแห่งความตายที่มีความโหดเหี้ยมหนาวเหน็บก็จู่โจมมาทางเฟิ่งจิ่ว ความเร็วที่ว่องไวแทบจะทำให้คนมองไม่เห็นร่างเขา เพียงรู้สึกว่ากลิ่นอายแห่งความตายพิฆาตเข้มข้นเสียจนทำให้คนหายใจไม่ออก
“จงจ่ายมาด้วยชีวิตเจ้า!”
………………………