รรพชนนักรบก็เหาะกระบี่ได้แล้วไม่ใช่หรือ เจ้าเร่งฝึกบำเพ็ญซะ ผ่านถึงระดับบรรพชนนักรบก็สามารถเหาะกระบี่บินอย่างพวกเขาได้ตลอด”
“ต่อให้ถึงระดับบรรพชนนักรบก็ต้องมีคาถาเหาะกระบี่ขอรับ! อีกอย่างตอนนี้ข้าน้อยเพิ่งอยู่ระดับยอดปรมาจารย์นักรบพลังเร้นลับขั้นกลาง จะบรรลุถึงขั้นสูงสุดเดาว่าอย่างเร็วสุดต้องใช้เวลาสองสามปี”
อันที่จริงความเร็วในการฝึกบำเพ็ญของพวกเขาเร็วมาก ถึงอย่างไรพวกผู้นำตระกูลเองก็เพิ่งถึงระดับบรรพชนนักรบ พวกเขามีความสามารถเช่นนี้ได้ถือว่ายอดเยี่ยมแล้วในหมู่คนรุ่นเดียวกัน
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองเห็นสีหน้าเขามีความพอใจในตนเอง จึงยิ้มๆ โดยไม่พูดอะไร แค่เร่งฝีเท้าเดินพุ่งไปด้านหน้า
หลัวอวี่ด้านหลังเห็นท่าทางก็เร่งฝีเท้าตามเข้าไป สองร่างปรี่ตรงไปยังส่วนลึกของป่าเก้าหมอบตามๆ กันเพื่อไม่ให้เสียเวลาอยู่รอบนอก…
ตอนพลบค่ำทั้งสองเดินเข้ามารอบด้านใน เพราะท้องฟ้ามืดลงจึงพักผ่อนอยู่บริเวณใต้ต้นไม้
“นายท่าน ท่านพักอยู่ตรงนี้เถอะ ข้าน้อยจะไปหาพวกอาหารป่ามาทำมื้อค่ำ” หลัวอวี่กล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินไปบริเวณรอบๆ
“ระวังตัวหน่อย อย่าไปไกลเกินล่ะ”
เฟิ่งจิ่วบอกพร้อมเงยหน้ามองไปตามทิศทางที่เขาจากไป ก่อนจะหยิบพวกสมุนไพรที่เก็บมาตลอดทางออกมาจัดการแยกประเภทเพื่อถือโอกาสทำยาไว้ป้องกันตัว
ทว่าเมื่อท้องฟ้ามืดลง หลังจากใช้พวกสมุนไพรทำยาเสร็จเพิ่งนึกได้ว่าไม่เห็นหลัวอวี่กลับมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ถึงจะรู้สึกผิดปกติ หลั