งยังไงก็ไม่เหมือนสิ่งที่ขอทานคนหนึ่งจะมี
เห็นเช่นนี้เขาก็ถอนหายใจ บอกว่า “นายท่านสง่างามไร้คนเทียบเทียม แต่งยังไงก็ไม่เหมือนขอทานเลยขอรับ”
“ใช่แล้ว ดังนั้นข้าเลยไม่แต่งแค่เปลี่ยนเสื้อผ้านิดหน่อย ไม่ได้อยากแต่งเป็นขอทานหรอกนะ!” เธอยกริมฝีปากขึ้นยิ้ม เอ่ยว่า “เดินเร็วหน่อย! อย่าเสียเวลาอยู่ในมืองนี้นานเกินไป”
“ขอรับ” เขาขานรับอย่างทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามนางไป
ทว่าหลังจากตามไปหนึ่งช่วงถนนเขากลับรู้สึกผิดปกติขึ้นมา
เห็นคนเบื้องหน้าเดินด้วยย่างก้าวสบายๆ ไม่แม้แต่จะหอบหายใจสักนิด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหยาดเหงื่อที่ไหลบนใบหน้า มองกลับมาที่เขา นี่ยังไม่ทันออกจากเมืองอวิ๋นเยวี่ยก็ไล่ตามเสียจนเหนื่อยหอบเหงื่อออกเต็มหลังแล้ว!
นางเดินยังไงกันแน่เนี่ย? เห็นอยู่ใกล้เพียงนี้ทำไมกลับตามไม่ทันตลอด?
“ฮู่! นายท่าน นายท่านรอข้าด้วยขอรับ!” เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อพลางตะโกนเสียงเบา
เฟิ่งจิ่วตรงหน้าหยุดฝีเท้าลงหันกลับไปมอง เห็นเขาหายใจลำบากเล็กน้อย เลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ทันควัน “เหนื่อยซะแล้ว? ดูเหมือนกำลังกายเจ้าก็ไม่เท่าไหร่นี่!”
ได้ยินคำพูดนี้หลัวอวี่ก็จ้องถลึงดวงตา เพียงอยากบอกว่า ไม่ใช่กำลังกายข้าไม่ดีแต่กำลังกายท่านมันประหลาดเกินไป!
แต่สุดท้ายหลังจากเขาหอบหายใจผ่อนคลายสองสามครั้งถึงจะเอ่ยว่า “นายท่าน เราไม่หารถม้าสักคันหรือขอรับ? ความเร็วเท่านี้เดินเมื่อไหร่จะถึง?”
จากที่นี่ไปป่าเก้าหมอบอย่างน้อยต้องใช