ควบคุมยังสามารถใช้พลังวิญญาณได้ นอกจากนี้พาหนะเหาะเหินที่ยอมรับนายแล้วจะเชื่อมโยงจิตใจกับเจ้าของ เพียงใช้ความคิดก็จะปรับทิศทางได้เอง
พอเรือเหาะบินขึ้นมาหลัวอวี่ก็ท่าทางโงนเงน ตกใจเสียจนรีบเร่งนั่งหมอบลงบนเรือแล้วชะโงกหัวมองลงไปอย่างแปลกใหม่ ท่าทีตื่นเต้นบนใบหน้าค่อยๆ หายไปกลายเป็นขาวซีดอย่างหวาดกลัวความสูงอยู่บ้าง ขณะมองลงไปจึงมีความรู้สึกที่เวียนหัวจนอยากจะมุดหัวลงไปอยู่รางๆ
เขามองไปทางเฟิ่งจิ่วและเรียนรู้ที่จะนั่งลงขัดสมาธิเช่นนางอย่างรวดเร็ว หยิบน้ำจากในถุงฟ้าดินออกมาดื่ม พอสงบสติได้แล้วถึงจะถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากอาการดีขึ้นก็พินิจมองเกราะป้องกันที่ก่อตัวขึ้นบนเรือเหาะด้วยความแปลกใหม่
ภายใต้เกราะป้องกันนั้นสายลมไม่อาจพัดเข้ามา ยังไงเขาก็ไม่รู้สึกถึงกระแสลมที่ไหวไปมาระหว่างลำเรือ เพียงได้ยินเสียงกระแสลมวาดผ่านด้านนอกเกราะอย่างเลือนราง เพราะบินขึ้นมาสูงเมฆขาวพวกนั้นจึงเหมือนอยู่ข้างกายจนสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว เมืองด้านล่างเล็กเสียจนเหลือเพียงจุดดำๆ ทว่าทิวทัศน์ไกลๆ กลับงดงามและน่าหลงใหลเช่นนั้น…
ด้วยการเดินทางโดยเรือเหาะ เดิมทีนั่งรถม้าต้องใช้เวลาประมาณสามวันจึงสั้นลงเหลือวันเดียว วันต่อมาตอนที่ฟ้ายังไม่สว่างดีพวกเขาก็มาถึงอาณาเขตป่าเก้าหมอบแล้ว
เฟิ่งจิ่วบังคับเรือเหาะร่อนลงมายังสถานที่ไร้ผู้คน จากนั้นค่อยสะบัดมือเก็บเรือเหาะขึ้นมา เห็นท้องฟ้ายังไม่สว่างจึงบอกหลัวอวี่ว่า “พวกเรา