บาๆ เอนพิงพนักพิงหลังเล็กน้อย มือหนึ่งเกี่ยวเส้นผมที่ปรกอยู่ข้างแก้มขึ้นม้วนเล่น สีหน้าท่าทางไม่ค่อยแยแส กลิ่นอายเฉื่อยชาทั่วร่างก็กระจายตามมา
แทบทันทีที่เฟิ่งจิ่วส่งเสียงหัวเราะนี้ กลิ่นอายทั่วร่างก็เปลี่ยนไป หากบอกว่าเธอก่อนหน้านี้ว่าง่ายดั่งแมวน้อย เห็นแล้วอ่อนแอน่ากลั่นแกล้ง เธอในยามนี้ก็เกียจคร้านจนเหมือนสิงโตที่นอนเต็มอิ่ม ยืดเส้นยืดสายพลางแผ่กระจายกลิ่นอายอันตราย ทำให้รู้สึกแผ่นหลังเย็นวาบโดยฉับพลัน ความหนาวเย็นที่ตีขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าทำให้พวกเขานั่งไม่ติดสักเท่าไหร่
“เจ้าหัวเราะอะไร?”
เพราะโดนนางหัวเราะเสียจนขนลุกไปบ้าง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งจึงอดไม่ได้เอ่ยถามเสียงขรึม
เฟิ่งจิ่วช้อนดวงตาเย็นเยียบขึ้นชำเลืองมองพวกเขา มุมปากยกโค้งเล็กน้อย “แน่นอนว่าต้องหัวเราะให้ความไม่เจียมตัวของพวกท่านน่ะสิ!”
พอพูดเช่นนี้ไป ทุกคนอับอายจนโกรธเคืองทันที เห็นเพียงชายชราคนนั้นกระแทกไม้เท้าลงบนพื้นอย่างรุนแรง แผดเสียงดังว่า “ไร้มารยาทกับผู้ใหญ่เช่นนี้ เจ้าจองหองนัก! ไปเรียกปู่เจ้าออกมา! ข้าจะลองถามเขาว่าสั่งสอนลูกหลานเช่นไร ถึงได้ไม่มีความเคารพกันเช่นนี้!”
เฟิ่งจิ่วเห็นใบหน้าพวกเขาที่มีความละโมบโลภมากอย่างชัดเจน แต่กลับวางท่าทีเที่ยงธรรมและน่าเกรงขาม ก็รู้สึกแค่ว่าเห็นแล้วช่างอุจาดตานัก
นิ้วมือขาวเรียวเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ มองพวกเขาแต่ละคนเผยสีหน้าไม่ชอบใจ และคิดจะมาครอบครองจวนตระกูลเฟิ่ง นึกถึงตรงนี้แล้ว