ลานฝึกยุทธ์เขาด้านหลัง
คนอื่นๆ เห็นก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตามไปยังลานฝึกยุทธ์ด้วย
องครักษ์ลับที่เฝ้าอยู่มุมมืดรอบๆ เรือนต่างถอนใจ พวกเขาเองก็อยากไปดูด้วย แต่น่าเสียดายที่ต้องเฝ้าเรือนนี้ไว้ ไม่อาจออกห่างได้
หลังจากท่านผู้เฒ่าที่คุยกับเฟิ่งเซียวอยู่ในห้องได้ยินข่าว กลับไม่พูดอะไรมาก เขารู้จักแม่หนูเฟิ่งดี หากไม่มั่นใจก็จะไม่ทำเช่นนั้น เขาเดาว่านางทำแบบนี้คงคิดจะเชือดไก่ให้ลิงดู คนตระกูลสาขานั่นก็จริงๆ ดันโผล่หน้ามาตอนนี้เสียได้ ช่างน่าผิดหวังโดยแท้!
เดิมเขาอยากให้เหลิ่งหวาเข้าไปกำชับให้นางลงมืออย่างปรานีเสียหน่อย คิดๆ ดูแล้วกลับล้มเลิกไป
หากไม่ใช่บทเรียนที่นองเลือด คนพวกนี้คงไม่ยอมแพ้และไม่เกรงกลัวกัน ปล่อยนางไปเถอะ!
ตรงลานฝึกยุทธ์นั้น เดิมทีมีทหารอารักขาในจวนจำนวนไม่น้อยมามุงดู แต่ยังไม่ทันได้เห็นคนลงมือก็ถูกพ่อบ้านไล่ให้แยกย้ายกันไป พวกเขาจึงกลับไปประจำตำแหน่งของตนเอง ด้วยเหตุนี้สุดท้ายจึงเหลือเพียงคนตระกูลสาขาสิบกว่าคนนั้น รวมถึงพวกหัวหน้าองครักษ์กับเหลิ่งซวงและพ่อบ้านที่ยืนดูอยู่ข้างๆ
“ญาติผู้น้อง พ่อข้าบอกว่าเพื่อเลี่ยงไม่ให้คนครหาว่ารังแกคนอ่อนแอกว่า ด้วยเหตุนี้จึงให้ข้ามาประลองกับเจ้า” ชายหนุ่มเดินออกมา ตรงหว่างคิ้วเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง
ทว่าหลังเฟิ่งจิ่วเหลือบมองเขาแวบหนึ่งก็ส่ายหน้า “เจ้าสู้ไม่ได้หรอก”
………………………………………………….