น้อย จ้องมองเฟิ่งจิ่วด้วยสายตาวิเคราะห์และสำรวจ เหมือนอยากจะมองความลึกลับของอีกฝ่ายให้ออก น่าเสียดาย สาวน้อยที่ปรากฏตรงหน้าเขาวางท่าทีไร้พิษภัย ทำให้ไม่อาจเห็นเส้นสนกลในทั้งหมด
ผู้คนในจวนได้ยินเรื่องนี้แล้วต่างกำลังติฉินนินทา แต่พวกเขาเป็นคนของจวนตระกูลเฟิ่ง พูดจาต้องระวังความลับรั่วไหล ต่อให้นินทากันในจวนก็จะไม่นำข้อมูลภายในออกไปแพร่งพราย ทว่าเพราะรู้เรื่องนี้จึงมีบางคนปลีกตัวตามไปดูด้วย
หัวหน้าองครักษ์ตระกูลเฟิ่งทั้งแปดหลังจากได้ยินเรื่องราวก็แปลกใจอยู่บ้าง “ไม่ใช่หรอกกระมัง? คุณหนูใหญ่น่ะหรือจะประลองกับพวกเขา? ตามที่ข้ารู้มา ภายในเครือญาติสายรองมีผู้มีพรสวรรค์อยู่สองสามคนแน่นอน มีคนหนึ่งเพิ่งบรรลุระดับบรรพชนนักรบเมื่อเดือนที่แล้ว หากคุณหนูใหญ่ต่อกรด้วยเท่ากับรนหาที่ตายเลยไม่ใช่หรือ?”
“คุณหนูใหญ่น่าจะไม่ใช่คนเช่นนั้น ในเมื่อนางทำเช่นนี้ ย่อมต้องมีวิธีชนะพวกเขาอยู่แน่”
“ฮึ! จะเป็นไปได้อย่างไร กำลังของนางน่ะนะ? อย่ามาตลกหน่อยเลย” คนหนึ่งโบกๆ มือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
มีเพียงหลัวอวี่ที่ได้ยินข่าวนี้แล้วดวงตาเป็นประกาย จับไหล่ฟั่นหลินข้างกายพลางพูดว่า “ไปๆๆ พวกเราไปดูนายท่านจัดการคนกัน ข้าจะบอกเจ้าไว้ เจ้าไม่เคยสู้กับนาง หากเจอนางเข้าก็มีแต่โชคร้ายจริงๆ แล้ว พวกเจ้าไม่เชื่อฝีมือนางไม่ใช่หรือ? ยากนักที่จะมีโอกาสเห็น อย่าได้พลาดเชียวล่ะ”
สิ้นเสียงก็กึ่งผลักกึ่งลากพาฟั่นหลินไปยัง