วกันนี้ เฟิ่งจิ่วที่ฝึกบำเพ็ญอยู่ในห้วงมิติรู้สึกไม่สงบใจขึ้นทันใด ความรู้สึกเสียขวัญครอบคลุมไปตามห้องหัวใจ หัวใจเต้นตึกตักรุนแรงราวกับมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นทำให้ไม่อาจสงบจิตใจฝึกบำเพ็ญต่อได้
ดังนั้นเธอจึงถอนหายใจเบาๆ แวบตัวออกมาจากห้วงมิติ กำลังจะเปิดประตูก็เห็นเหลิ่งซวงวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนพร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไปยกใหญ่
“นายท่าน ในบ้านเกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ!”
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วก็คร่ำเครียดในใจ บอกว่า “ข้าจะกลับไปก่อน เจ้าค่อยตามหลังมา!” สิ้นเสียงตัวคนก็แจ้นออกไป
เมื่อผู้คนในเมืองอวิ๋นเยวี่ยเห็นท่านผู้เฒ่าแบกเฟิ่งเซียวที่เป็นลมหมดสติซ้ำบนหลังยังมีลูกศรปักไว้ผ่านไปในเมืองดั่งสายลม ทั่วเมืองอวิ๋นเยวี่ยก็แทบตื่นตูมขึ้นมา
“ไม่ใช่กระมัง? เป็นเฟิ่งเซียวจริงๆ ด้วย! ใครกันที่ใจกล้าถึงกับลอบสังหารเขา? พลังเขาเป็นถึงบรรพชนนักรบเชียวนะ!”
“ซี๊ด! ดูท่าทางจะบาดเจ็บไม่น้อย ด้านหลังยังมีลูกศรปักอยู่ สถานการณ์ดูไม่ดีเลย!”
ผู้คนพูดคุยกันเสียงเบา ต่างไม่นึกว่าจะมีคนทำร้ายเฟิ่งเซียวจนเป็นเช่นนี้ได้ หนำซ้ำยังเกิดภายในเมืองอวิ๋นเยวี่ย พูดได้ว่าพอเห็นภาพเฟิ่งเซียวบาดเจ็บเช่นนี้ ในใจพวกผู้นำตระกูลก็แอบคาดเดากันขึ้นมา…
หลังผู้เฒ่าเฟิ่งแบกเฟิ่งเซียวกลับมา ทั่วจวนล้วนตกอยู่ในสภาพกังวลและกระวนกระวาย ท่านหมอภายในจวนถูกพามาตรวจอาการในเรือนของเฟิ่งเซียวตั้งแต่ตอนแรก รอบๆ เรือนมีทหารอารักขาล้อมคุ้มกัน ทุ