กฝ่ายเข้าสู่ท่าทีระวังภัย
“ท่าน ท่านผู้เฒ่า เกรง เกรงว่าท่านผู้นำ ผู้นำตระกูลจะ…”
หลังท่านหมอในจวนจับชีพจรก็ตกใจคุกเข่าลงไปทั้งสีหน้าขาวซีด ขนาดพูดจายังตะกุกตะกักไม่อาจกล่าวได้ครบถ้วน
เห็นภาพเช่นนี้ผู้เฒ่าหนักอึ้งอยู่ในใจ พยายามคุมความตื่นตระหนกและกังวลในใจไว้ให้มั่น น้ำเสียงชราภาพกล่าวอย่างเคร่งขรึมน้อยๆ “มีอะไรพูดมาตรงๆ! สถานการณ์เขาเป็นยังไงกันแน่?”
“ผู้นำตระกูลไม่เพียงมีพิษอยู่ในร่างกาย หนำซ้ำยังบาดเจ็บภายใน กระดูกซี่โครงถูกกระแทกแตก บริเวณอกจึงมีเลือดคั่ง เกรงว่าจะ จะร้ายมากกว่าดีขอรับ!”
เอ่ยคำพูดนี้จบท่านหมอก็ก้มศรีษะลงไม่กล้ามองสีหน้าท่านผู้เฒ่า กล่าวเสียงเบาว่า “และลูกศรตรงหลังท่านผู้นำตระกูลก็ดึงออกไม่ได้ หากดึงออกมาเขาจะต้องตายลงตรงนี้แน่ขอรับ!”
ได้ยินคำพูดนี้ ผู้เฒ่าเพียงรู้สึกเหมือนท้องฟ้าหมุนแผ่นดินพลิก ร่างกายซวนเซพักหนึ่ง โชคดีที่มีเหลิ่งหวาข้างกายประคองไว้จึงไม่ทรุดนั่งลงไป
“ท่านปู่ พ่อบุญธรรมเป็นยังไงบ้างขอรับ?”
เสียงที่แข็งแรงและเร่งรีบของกวนสีหลิ่นลอยมาจากข้างนอก เมื่อเสียงนั้นลอยมาประตูห้องก็ถูกผลักออก ก่อนที่เขาจะก้าวยาวเดินเข้ามาอย่างลนลาน
“เจ้าถอยไปก่อน”
ผู้เฒ่าโบกมือส่งสัญญาณให้ท่านหมอถอยไป ปล่อยให้เหลิ่งหวาประคองมานั่งลงตรงเก้าอี้อย่างเสียขวัญราวกับวิญญาณได้หลุดลอยไป ท่าทีเศร้าสร้อยดูแล้วแก่ลงไปอีกสิบปีในทันที
…………………