ม่ต้องการเกียรตินี้!”
เฟิ่งเซียวกลับห้องโถงอย่างโกรธปึงปัง เห็นมู่หรงอี้เซวียนยืนอยู่ในเรือนยังไม่ออกไปก็บอกว่า “ท่านอ๋องสาม กลับไปเสียเถอะ! พ่อบ้าน ส่งแขก!”
อาจเพราะการกระทำนี้ของมู่หรงป๋อทำให้เขาขุ่นเคือง ด้วยเหตุนี้แค่มองมู่หรงอี้เซวียนเขาก็รู้สึกขัดๆ ตาขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อน ท่านอาเซียว”
มู่หรงอี้เซวียนเรียกหยุดฝีเท้าที่จะจากไปของเขาไว้ บอกว่า “ท่านอาเซียว ถึงอย่างไรเสด็จพ่อก็เป็นผู้ครองแคว้น การกระทำท่านในวันนี้ไม่เหมาะสมจริงๆ ขอรับ”
“ทำเช่นนี้ไม่เหมาะ แล้ววิธีการพ่อท่านถูกต้องรึ? ตระกูลเฟิ่งปกป้องแคว้นแสงสุริยันมาหลายชั่วอายุ ยามนี้จวนข้าเหลือเพียงชิงเกอเป็นไข่มุกล้ำค่าเม็ดเดียวในมือ ไม่นึกเลยว่าจะตอบรับการหมั้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะถามพวกเรา ส่งลูกสาวไปเป็นพระชายารอง? ได้ยินชัดหรือไม่ พระชายารอง? ใครเล่าจะอยากได้?”
มู่หรงอี้เซวียนก็อึดอัดอยู่ในใจ เอ่ยว่า “ข้าว่าที่เสด็จพ่อทำเช่นนี้เพราะไม่มีทางเลือก ถึงอย่างไรแคว้นเหินเวหาเป็นแคว้นระดับหก หากพวกเขามากดดันแคว้นแสงสุริยันเรารับไม่ไหวแน่”
“เอาล่ะ ท่านอย่าพูดเลย ยังไงซะข้าก็ไม่ส่งลูกสาวไปเป็นพระชายารองหรอก” เขาพูดพร้อมโบกมือ ไม่อยากฟังเขาพูดอะไรมากความอีกจึงสาวก้าวออกไปทันที
“ท่านอ๋องสาม เชิญขอรับ” พ่อบ้านที่คอยอยู่ข้างๆ โค้งเอวน้อยๆ ทำท่ามือเชิญออกไป
เห็นเช่นนี้ มู่หรงอี้เซวียนจึงสาวก้าวเดินออกไป เมื่อออกประตูห้องโถงฝีเท้าก็ชะงักลง หั