!”
ทั้งแปดคนอดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อนๆ บอกว่า “แม่ทัพเฟิ่ง ขออย่าทำให้พวกเราลำบากเลย ท่านผู้ครองแคว้นสั่งให้พวกเราเฝ้ารอท่านแม่ทัพเฟิ่งอยู่ตรงนี้ ไม่อยากพบท่าน หากบุกรุกเข้าไปเกรงว่าสุดท้ายพวกเราแปดคนจะหัวหลุดจากบ่านะขอรับ”
ด้วยกำลังพวกเขาอยากจะรั้งเฟิ่งเซียวไว้ก็เป็นไปไม่ได้เท่าไหร่ ทว่าผู้ครองแคว้นให้พวกเขาเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ให้เฟิ่งเซียวเข้าไป เพราะจุดนี้หากปล่อยเขาเข้าไปนั่นก็เท่ากับชีวิต
“สมควรตาย!”
เฟิ่งเซียวโกรธจัด เห็นราชวังอยู่ใกล้ๆ ตรงหน้ากลับเข้าไปไม่ได้ ความผิดหวังเช่นนี้ทำให้เขาเพียงอยากจะด่าพ่อล่อแม่ ขณะกำลังหันตัวกลับจวนก็ชำเลืองเห็นร่างหนึ่งเดินออกมาจากด้านในจึงตะโกนลั่นทันที
“ท่านอ๋องสาม!”
มู่หรงอี้เซวียนกำลังครุ่นคิดจู่ๆ ได้ยินเสียงเฟิ่งเซียวจึงเงยหน้ามองไป ก้าวยาวเดินหาเขา “ท่านอาเซียว จะเข้าวังไปพบเสด็จพ่อหรือขอรับ?”
“ข้าอยากเข้าไปแต่ทำไม่ได้” เขากวาดมองแปดคนนั้นแวบหนึ่ง พวกเขาเห็นท่าทางก็ต่างพากันก้มหน้าลง
มู่หรงอี้เซวียนเหลือบมองนายพลแปดคนนั้น แล้วบอกกับเฟิ่งเซียวว่า “ท่านอาเซียว พวกเราหาที่คุยกันหน่อยเถอะ!”
“ก็ดี”
เห็นราชวังแต่เข้าไปไม่ได้ งั้นก็ทำได้เพียงสืบข่าวจากปากมู่หรงอี้เซวียนก่อนว่าท่านผู้ครองแคว้นหมายความเช่นไรกันแน่?
เดิมอยากจะหาโรงเหล้าใกล้ๆ ก็รู้สึกไม่เหมาะ ด้วยเหตุนี้สุดท้ายจึงไปที่จวนตระกูลเฟิ่ง
ณ ห้องโถงใหญ่จวน ไม่รอเฟิ่งเซียวเอ่ยปาก มู่หรงอี้เซียว