ช้า ด้วยเหตุนี้จึงไม่รีบร้อนเดี๋ยวนี้
และยามนี้ ในห้องโถงใหญ่จวนตระกูลเฟิ่งท่านผู้ครองแคว้นนั่งบนตำแหน่งอาวุโสด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แม้ไม่พูดอะไรแต่ความโกรธในท้องยังไม่สลายไปอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านผู้ครองแคว้น เชิญดื่มชาก่อน”
คนรับใช้ยกน้ำชาให้แล้วถอยหลังไป ผู้เฒ่าทำท่ามือเชื้อเชิญถึงจะนั่งลงตรงตำแหน่งที่นั่งรอง ส่วนเฟิ่งเซียวก็ยืนอยู่ข้างกายพร้อมก้มศรีษะลงเล็กน้อย
มู่หรงป๋อชำเลืองมองทั้งสองคนสีหน้าใจเย็นลง มือหนึ่งยกถ้วยชาอีกมือใช้ฝาถ้วยสะกิดใบชาเบาๆ หลังจิบไปหนึ่งทีก็เอ่ยเสียงเข้ม “ว่ามา! สายฟ้าสามสายนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง?”
ทว่าหลังเขาถามประโยคนี้ออกมาสิ่งที่ตอบเขากลับเป็นความเงียบเชียบชั่วขณะ เขาที่ดื่มชาอยู่ขมวดคิ้วน้อยๆ มองไปทางผู้เฒ่าเฟิ่ง ในดวงตามีความไม่พอใจอย่างชัดเจน “ทำไม? พูดไม่ได้รึ?”
ผู้เฒ่าเฟิ่งที่นั่งอยู่ถอนใจเบาๆ กล่าวอย่างขออภัย “ท่านผู้ครองแคว้น เรื่องนี้ยังพูดไม่ได้จริงๆ พะยะค่ะ เพราะกระหม่อมก็ไม่รู้จะเอ่ยปากเช่นไร”
ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้ามู่หรงป๋อที่เดิมเคยผ่อนคลายก็ถมึงทึงขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เฉียบแหลมและแฝงด้วยแรงกดดันกวาดผ่านผู้เฒ่าเฟิ่งกับเฟิ่งเซียวไป
“หรือพวกเจ้าคิดว่าเรื่องที่สามารถกระตุ้นสายฟ้าได้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ? ต่อให้นักรบผู้บำเพ็ญอยากจะดึงดูดสายฟ้า นั่นก็ต้องมีพลังถึงระดับจักรพรรดินักรบถึงจะทำได้ ตอนนี้ภายในจวนตระกูลเฟิ่งล่อสายฟ้ามาถึงสามสาย ทำเอาทั่วเม