ืองอวิ๋นเยวี่ยต่างแตกตื่น ไม่ควรอธิบายให้ข้าฟังหรืออย่างไร?”
“ไม่ทราบว่าท่านผู้ครองแคว้นต้องการคำอธิบายเช่นไรเพคะ?”
น้ำเสียงเนิบนาบที่มีความเฉยเมยบางส่วนลอยมาคลี่คลายซึ่งบรรยากาศหดหู่ในห้องโถงใหญ่
มู่หรงป๋อมองไปตามเสียงนั้น เพียงเห็นเฟิ่งชิงเกอในชุดสีขาวสาวย่างก้าวอันผ่าเผยเดินเข้ามา กลิ่นอายสง่างามรวดเร็วไร้ฝุ่น รูปโฉมงดงามเป็นเลิศ มิน่าล่ะถึงทำให้ลูกชายผู้โดดเด่นที่สุดทิ้งหัวใจไว้กับตัวนาง
ผู้เฒ่าเฟิ่งเห็นนางออกมาจึงไม่ปริปากอีก แต่หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งนั่งดื่มชาอยู่ตรงนั้น คล้ายจะวางมือยกฉากหน้าให้นางไปจัดการเสียทั้งหมด
เฟิ่งเซียวเห็นท่าทางก็ขยับริมฝีปากแต่ไม่เอ่ยปากอะไร แสร้งทำไม่รู้ร้อนตามท่านผู้เฒ่าไปเช่นกัน
เมื่อเฟิ่งจิ่วที่ก้าวนวยนาดเดินเข้ามาถึงกลางห้องโถงใหญ่ หลังคารวะให้เล็กน้อยก็ยืนเงียบมองมู่หรงป๋อที่นั่งจับจองอยู่บนตำแหน่งอาวุโส
อาจเพราะอีกฝ่ายอยู่เหนือกว่ามายาวนาน จึงมีนิสัยเช่นผู้บงการที่เห็นจนชิน คุ้นเคยกับการใช้ทำนองเสียงเชิงออกคำสั่งมาสั่งการ เช่นเดียวกับสายฟ้าสามสายนี้ที่เธอดึงดูดมา หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงไม่มีใครกล้าถาม ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรี่องของจวนตระกูลเฟิ่ง หากพวกเขาไม่บอกใครจะทำอะไรได้?
หลังมู่หรงป๋อได้ยินคำพูดของนาง คิ้วก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย เอ่ยเสียงเข้ม “นี่เจ้าหมายความว่ายังไง? ข้ามาเพราะสายฟ้าสามสายนั้น พวกเจ้าแค่ต้องบอกมาตามจริงว่าสายฟ้าพวกนั้นเกิดขึ้นได้เ