ิดไปคิดมา เขามองยังเหลิ่งซวงที่เฝ้าอยู่ในสวน กล่าวว่า “เจ้าลองไปดูอีกทีซิ นางจะออกมาหรือยัง?”
ทว่าเหลิ่งซวงกลับยืนอยู่ไม่ขยับ เอ่ยว่า “นายท่านสั่งให้ข้าเฝ้าอยู่ตรงนี้ นางไม่เรียกข้าก็เข้าไปรบกวนไม่ได้เจ้าค่ะ” ชะงักไปพักหนึ่ง แล้วบอกอีกว่า “ท่านผู้เฒ่า ท่านผู้นำตระกูล พวกท่านกลับไปก่อนเถอะ! ตรงนี้มีข้าเฝ้าอยู่ไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกเจ้าค่ะ”
“เฮ้อ! งั้นก็ได้! หากมีเรื่องอะไรต้องแจ้งพวกเรานะ” ผู้เฒ่าเฟิ่งพูดจบก็หมุนตัวสาวก้าวเดินกลับไป กลับเห็นเฟิ่งเซียวยังยืนอยู่ตรงนั้น เอ่ยว่า “ไปสิ เจ้าจะนิ่งอยู่ตรงนี้ทำไม? อยู่ในบ้านตัวเองยังกังวลอะไรอีก?”
เฟิ่งเซียวมองเขาอย่างหมดคำพูด แอบคิดว่า ‘เห็นชัดๆ ว่าตัวเองก็เป็นห่วง ยังจะมาว่าเขาอีก’
กลับไม่เฝ้าอยู่นอกเรือนต่อ แต่เดินไปด้วยกันกับท่านผู้เฒ่า
เห็นทั้งสองท่านออกไป เหลิ่งซวงดึงสายตากลับมาเฝ้าอยู่เงียบๆ ไม่ให้ใครเข้าใกล้ที่นี่ ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยาม เมื่อได้กลิ่นหอมยาคละคลุ้งกระจายอยู่ในอากาศก็แปลกใจเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้ มองไปทางห้องยาตรงนั้น
นายท่านกลั่นสำเร็จแล้ว?
หากเป็นการปรุงยาน้ำภายในกลิ่นยาหอมกรุ่นจะไม่มีกลิ่นหอมสดชื่น หนำซ้ำกลิ่นหอมยาเช่นนี้ดมแล้วทำให้คนมีชีวิตชีวา ราวกับความเหน็บเหนื่อยทั่วร่างล้วนสลายไป ช่างน่าสงสัยจริงๆ ว่ายาอายุวัฒนะที่นายท่านกลั่นปรุงออกมานี้จะมีฤทธิ์เช่นไร?
แต่ในห้องยาเวลานี้ เฟิ่งจิ่วที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนบนหน้าผา