กมีเหงื่อไหล กลั้นลมหายใจควบคุมเปลวไฟสุดท้ายเพื่อกลั่นเม็ดยาให้เป็นรูปเป็นร่าง ถึงแม้จะได้กลิ่นหอมยาในอากาศกระจายออกมากลับไม่กล้าชะล่าใจ
จนกระทั่งขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องกลั่นเม็ดยาขึ้นรูป ขณะที่เธอถอนหายใจโล่งอกกลับต้องตกใจเพราะสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้ากะทันหัน
“เปรี้ยง!”
สายฟ้าสายแรกผ่าลงจากท้องฟ้าเสียงดังลั่น ทะลุผ่านหลังคาห้องลงมาบนเตากลั่นยา เธอตกใจเสียจนถอยหลังไปทันทีพร้อมเบิกดวงตาด้วยความตะลึงและเสียขวัญ
“ยา ยาเม็ดนี่ล่อสายฟ้ารึ?”
ในใจเธอทั้งตกใจและตื่นตระหนก เงยหน้ามองยังหลังคาที่ถูกสายฟ้าผ่าจนเป็นรูด้วยความเหลือเชื่อ ทะลุผ่านรูนั้นจะเห็นชั้นเมฆก่อคลื่นกลางอากาศบนท้องฟ้าสีครามดวงอาทิตย์ขาวสว่าง เสียงฟ้าร้องคำรามดังสั่นสะเทือน
“ซวยแล้ว! ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เคลื่อนไหวเสียงดังถึงเพียงนี้ จำต้องทำให้ทุกฝ่ายตกใจตื่นแน่!” เธอพูดกระซิบ ในหัวฉุกคิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เปรี้ยง!”
เมื่อสายฟ้าสายที่สองโจมตีลงมาก็เป็นดั่งที่เฟิ่งจิ่วพูดไว้ ฟ้าร้องกลางวันแสกๆ ทำให้กลุ่มอำนาจแต่ละฝ่ายในเมืองอวิ๋นเยวี่ยตื่นตกใจ แม้แต่ผู้ครองแคว้นในพระราชวังยังตื่นตระหนก ไม่มีใครส่งคนไปตรวจดูแต่ต่างพากันส่งตัวเองออกไปเรียกพลังโผไปยังบริเวณที่มีสายฟ้าประดังกัน
เมื่อท่านผู้เฒ่าในจวนตระกูลเฟิ่งได้ยินเสียงฟ้าผ่าสีหน้าก็เปลี่ยนไปยกใหญ่ ถือว่าตนเป็นคนเฒ่าคนแก่ที่มีความรู้กว้างขวางจึงรู้แน่นอนว่าการที่สามารถดึงดูดสายฟ้