ที กระแสพลังในเตายาล้วนกระเซ็นออกมาพร้อมยาทิพย์สิบกว่าอย่างที่ใช้ แม้แต่ตนเองยังหลบไม่ทันถูกกระแสพลังดีดออกมาเสียจนเนื้อตัวเลอะเทอะยุ่งเหยิง
เปิดหน้าต่างให้ควันจางไป เมื่อเห็นกากยากระจัดกระจายทั่วพื้นเธอก็ทำหน้าเสียดาย
“สิ้นเปลืองเหลือเกิน จะไปซื้อก็ต้องใช้เงินไม่น้อยเลย”
“แม่หนูเฟิ่ง? แม่หนูเฟิ่งหลานไม่เป็นไรนะ?”
ท่านผู้เฒ่าที่รีบมาจากด้านนอกเข้าเรือนมายังห้องยา พ่อบ้านเฝ้าอยู่บริเวณประตูเรือน ส่วนคนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันไป
หันกลับมาเห็นว่าเป็นเขา เธอก็เช็ดๆ จมูก กล่าวอย่างยิ้มๆ ว่า “ท่านปู่ หลานไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่เสียยาดีไปหนึ่งเตา”
“คนไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ได้ยินเสียงระเบิดดังลั่นซ้ำยังมีควันปะทุนึกว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไร”
ผู้เฒ่าเห็นนางไม่เป็นไรแค่ตัวมอมแมมนิดหน่อยถึงจะวางใจลงได้ เมื่อเห็นข้าวของรกรุงรังในห้อง รวมถึงเตากลั่นยาเซียนใบนั้น ก็เอ่ยถามอย่างตกใจเล็กน้อย “นี่หลาน… กลั่นยาเซียนรึ?”
“ข้ากำลังศึกษาอยู่เจ้าค่ะ! นี่ไม่ใช่ เตานี้เสียไปแล้ว” เธอยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ “บนกระดาษเขียนบอกไว้ง่ายดาย พอทำจริงถึงรู้ว่ายากลำบากยิ่งนัก”
ผู้เฒ่าเฟิ่งกดความตื่นตระหนกในใจไว้ก่อนจะเอ่ยด้วยความรักใคร่ “อย่าเพิ่งท้อแท้ ปู่เชื่อว่าหลานต้องทำได้แน่”
……………………