อะ!” เธอส่งหยางหยางให้ท่านปู่ปล่อยพวกเขาเข้าไปก่อน
“ได้ พวกเจ้าคุยกันไปเถอะ! ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ให้เขาเข้ามาในจวน” ท่านผู้เฒ่าพูดจบถึงจะพาหยางหยางเดินเข้าไปด้านใน
เฟิ่งเซียวมองมู่หรงอี้เซวียนแวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า ถอนหายใจเดินเข้าไปข้างใน แม้เขาจะพอใจในตัวมู่หรงอี้เซวียนนัก แต่น่าเสียดายที่ลูกสาวไม่ชอบพอเขาจึงหมดหนทาง ต่อให้เขาพอใจทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของลูกสาวไว้ก่อน
มู่หรงอี้เซวียนเดินเข้ามา เห็นบาดแผลพวกนั้นที่เคยอยู่บนใบหน้าล้วนหายไป รูปโฉมคืนสภาพผิวขาวราวหิมะไร้ริ้วรอยเช่นแต่ก่อน มองนางที่งามเลิศแต่ห่างเหินเช่นนี้ หัวใจเขาเจ็บปวดเล็กน้อย บนหน้ากลับผุดรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา
“ด้านหน้าไม่ไกลมีร้านน้ำชา ไปดื่มกันสักหน่อยเถอะ!”
เฟิ่งจิ่วมองเขา เห็นชาวบ้านไม่น้อยที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็พยักหน้า ตามเขามายังห้องปีกชั้นสองของร้านน้ำชาบริเวณไม่ไกล
ภายในห้องปีกบรรยากาศเย็นเล็กน้อย ไม่มีความรักใคร่สนิทสนมระหว่างคนรักและความหลงใหลเหนียมอาย
สองคนนั่งอยู่ข้างโต๊ะ มู่หรงอี้เซวียนรินน้ำชาให้ เห็นท่าทางนางเย็นชาห่างเหินจึงหรี่ตาลงเล็กน้อยๆ เพื่อปกปิดความเจ็บปวดในดวงตา สายตาจ้องมองน้ำชาในมือ “ท่านปู่เฟิ่งไปหาเสด็จพ่อข้าเพื่อบอกเรื่องการถอนหมั้น แต่ข้าไม่ตกลง”
เฟิ่งจิ่วยกน้ำชาขึ้นจิบ ได้ยินคำพูดนี้แววตาก็สั่นไหวเล็กน้อย มองเขาแวบหนึ่ง บอกว่า “เรื่องการถอนหมั้นข้าเคยบอกกับท่านแล้ว พวกเราสองคนไม่เ