ำเพ็ญจริงๆ แคว้นแสงสุริยันเป็นแค่บันไดขั้นหนึ่ง เขาจะไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต ภายนอกยังมีท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าให้ได้โผบิน…
จวนตระกูลเฟิ่ง
เฟิ่งจิ่วที่กลับถึงบ้านยังไม่เข้าห้องโถงก็ได้ยินเสียงกวนสีหลิ่นลอยมา
“ทำไมเสี่ยวจิ่วยังไม่กลับมาอีกขอรับ? มู่หรงอี้เซวียนนี่ก็จริงๆ เลย ชายชาตรีอกสามศอกยังโลเลยืดยาดได้น่าเบื่อหน่ายซะจริง”
“ใครบอกว่าข้าจะไม่กลับมากัน?” เธอยิ้มเดินเข้าไป ก็เห็นกวนสีหลิ่นที่นั่งอยู่เข้ามารับหน้าทันทีที่เห็นเธอ
“เสี่ยวจิ่ว เจ้ากลับมาเสียที ข้าได้ยินว่าเจ้ากลับมาจึงรีบมาทันที”
“ท่านจะเข้าบ้านแล้ว ไม่กลับมาได้ด้วยรึ?” เธอพูดยิ้มๆ เห็นในห้องโถงไม่เจอหยางหยางจึงถามว่า “ท่านปู่ หยางหยางล่ะเจ้าคะ?”
“เขาง่วงนอน ปู่ให้คนพาไปพักผ่อนแล้ว” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยทั้งรอยยิ้ม บอกว่า “ปู่สั่งห้องครัวทำอาหารที่หลานชอบมาสองสามอย่าง ประเดี๋ยวดื่มด้วยกันสักหน่อยค่อยกลับเรือนไปพักผ่อนนะ”
เฟิ่งเซียวได้ยินคำพูดนี้ของท่านผู้เฒ่ากลับขมวดคิ้วไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นัก กล่าวว่า “ท่านพ่อ ชิงเกอเพิ่งกลับมาจากเดินทางต้องเหนื่อยแย่ จะดื่มก็ให้นางพักผ่อนดีๆ ก่อนค่อยว่ากันเถอะ ท่านดูสิ นางออกไปร่างกายก็ซูบผอมมากเพียงนี้ อยู่ด้านนอกต้องลำบากไม่น้อยซ้ำยังไม่ได้พักผ่อนดีๆ เป็นแน่”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วยิ้มบอก “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ลูกไม่…” ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกขัดจังหวะ
“อืม ข้าก็คิดว่าควรให้เสี่ยวจิ่วกลั