ริมฝีปากเหมือนอยากจะเอ่ยถามอะไร แต่สุดท้ายก็ยังคงไม่ถาม ยกน้ำชาขึ้นมาจิบตรงใกล้ๆ ปาก สงบจิตใจตนเองลงเสียเนิ่นนาน บอกว่า “ข้ารู้แล้ว เรื่องหมั้นหมายนี้ข้ายอมยกเลิก”
“เช่นนั้นดีที่สุด” มุมปากเธอยกขึ้นเล็กน้อยเผยรอยยิ้มออกมา
เห็นบนหน้านางเอ่อล้นด้วยความยินดี แววตาเขาฉายแววจางๆ กล่าวว่า “ข้าอยากทำความรู้จักเจ้าเสียใหม่”
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของนางเขาก็ผุดรอยยิ้มละมุนออกมา “เจ้าพูดได้ไม่เลว แรกพบในโรงเหล้า การพบกันอีกในเวิ้งสวนท้อ รวมถึงการพบกันอีกครั้งบนถนน เจ้าล้วนทำให้ข้าตกตะลึง ใจเต้นโครมคราม และไม่อาจลืมเลือน ดังนั้น ต่อให้ถอนหมั้นข้าก็จะยังไล่ตามเจ้า”
เฟิ่งจิ่วสายหน้าลุกยืนขึ้น พูดพลางหัวเราะเบาๆ “ข้าแนะนำว่าท่านอย่าได้มาสิ้นเปลืองความคิดกับข้าจะดีกว่า ไปตั้งใจฝึกบำเพ็ญเสียเถอะ!”
หลังทิ้งคำพูดไว้เธอก็จากไป ชัดเจนยิ่งนักว่าตนไม่มีทางหลงรักคนอย่างมู่หรงอี้เซวียน แม้จะโดดเด่นมาก แต่ก็ไม่คู่ควรกับเธอ
เห็นนางหันตัวจากไป เขากลับไม่รั้งไว้ เพราะรู้ดีว่าหากเขาแข็งแกร่งและโดดเด่นพอ เช่นนั้น สุดท้ายวันหนึ่งนางจะต้องมาเป็นผู้หญิงของตนแน่นอน!
ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ผู้แกร่งกล้าถึงจะได้รับความเคารพ ผู้อ่อนแอกลับไม่อาจอยู่รอด ต่อให้เบื้องหลังนางมีจวนตระกูลเฟิ่ง แต่ในโลกที่กว้างใหญ่นี้ สุดท้ายวันหนึ่งนางจะรู้ว่ามีเพียงผู้แกร่งกล้าที่สามารถคุ้มครองนางได้
นางพูดได้ไม่เลว เขาต้องหมั่นเพียรฝึกบ