งวิญญาณที่ทรงพลังกำลังพลุ่งพล่าน รวมถึง…แสงศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างจากพลังวิญญาณเล็กน้อย
บนพื้นดินมีหญิงชรากับชายชรายืนประคองกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาและความไม่ยอม สิ่งที่กระจายอยู่บนร่างหาใช่พลังวิญญาณหนาแน่น แต่เป็นระลอกลมหนาว
“ปล่อยพวกเจ้า? ฮ่าๆๆๆ น่าขันนัก!”
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่กลางเวหาหัวเราะร่า “คนกับผีอยู่คนละโลก หากข้าไม่มาพบพวกเจ้าก็ว่าไปอย่าง แต่ในเมื่อเจอแล้ว ก็ต้องจัดการพวกเจ้าให้จงได้!”
สิ้นเสียง แส้จามรในมือเขาโบกสะบัด พลังวิญญาณสายหนึ่งโจมตีออกไปด้านล่างพร้อมกับกระแสพลังรวดเร็วรุนแรงและลำแสงศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินเพียงเสียงคมตวัดผ่านในอากาศ หญิงชรากับชายชราที่เดิมยืนอยู่บนพื้นยามนี้ก็โกรธเคืองแล้วเช่นกัน
“พวกเราตอนมีชีวิตไม่เคยทำร้ายใคร กลับถูกกล่าวหาจนต้องตาย แม้กลายเป็นผีก็ไม่เคยทำอันตรายคนผ่านทางพวกนั้น แต่คนที่เอ่ยปากว่ามีความชอบธรรมอย่างเจ้า กลับไม่แม้แต่จะปล่อยพวกเราไป เอาแต่พูดว่าจะกำจัดทิ้ง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้กลัวจนขวัญหนีดีฝ่อพวกเราก็จะสังหารเจ้าเสีย!”
ชายชราแผดเสียงเกรี้ยวกราดด้วยความทุกข์ใจ เหมือนก่อนตายเขาจะเป็นผู้ฝึกตน ยามตายกลายเป็นผี แรงแค้นบนร่างจึงยังกระจายอยู่ไม่จางหาย พลังหยินรุนแรงนัก หลังจากเขาส่งเสียงคำรามร่างกายก็ลอยขึ้นมา เล็บนิ้วสองมือยาวขึ้น ตะปบไปทางนักพรตคนนั้น
ส่วนภายในเรือน เหลิ่งซวงที่ฟังคำพูดนี้อดไม่ได้ที่จะเบิกตาโต มองยังเฟิ่งจิ่วแล้วถ