่งนักเพราะความเงียบยามค่ำคืน ชัดเสียจนประหลาดอยู่บ้าง
เฟิ่งจิ่วกับเหลิ่งซวงถูกจัดให้พักในห้องปีกข้าง อยู่ในสถานที่ที่แปลกไปหมดทุกแห่งเช่นนี้ ทั้งสองอยากจะพักผ่อนดีๆ สักนิดก็ไม่อาจทำได้ ด้วยเหตุนี้เหลิ่งซวงจึงคอยเฝ้ากะกลางคืน ส่วนเฟิ่งจิ่วนั่งขัดสมาธิหลับตาฝึกบำเพ็ญ
ก่อนเที่ยงคืนก็สงบเงียบมาตลอด จนกระทั่งเมื่อพ้นเที่ยงคืนไป เสียงลมพัดกระทบประตูหน้าต่างถี่กระชั้น ส่งเสียงดังปังๆๆ เสียงลมด้านนอกดังหวีดหวิว ฟังแล้วน่าสะพรึงอยู่บ้าง
และในยามนี้เอง เสียงหัวเราะลั่นสะเทือนหูลอยมาจากไหนไม่รู้ ดังกึกก้องอยู่กลางอากาศในยามราตรีราวกับเสียงฟ้าร้อง ทำให้เฟิ่งจิ่วกับเหลิ่งซวงตกใจตื่น
…………………………………………
ตอนที่ 278 เป็นผีกันหมด?
ทั้งสองพลันลืมตาลุกยืนขึ้น ทว่าไม่รอให้พวกเขาได้เคลื่อนไหวอะไร ก็ได้ยินเสียงลมพัดโหมแรง ในเสียงหวีดหวิวมีความดุดันและเศร้าโศก
“ทำไม? ทำไมไม่ยอมปล่อยพวกเราไป? ทำไม!”
นั่นเป็นเสียงที่ทั้งชราและแหบแห้ง แหลมคมเล็กน้อย ดังชัดเจนอย่างยิ่งในยามวิกาล นั่นไม่ใช่เสียงของหญิงสาว กลับคล้ายคนชรา แต่ว่า…
แววตาเฟิ่งจิ่วสั่นไหวน้อยๆ มองด้านนอกพลางพูดกับเหลิ่งซวง “เรื่องไม่เกี่ยวกับเราอย่าออกไป” ระหว่างที่พูด เธอก็มานั่งลงข้างโต๊ะ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหลิ่งซวงผงะเล็กน้อยสักพัก ขานรับออกไป แล้วมาเฝ้าอยู่ด้านหลังนาง
ด้านนอก ชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรตถือแส้จามรยืนอยู่กลางอากาศ บนร่างมีกลิ่นอายพลั