าดแผล
และไม่เพียงพวกเขาที่มองออก แม้แต่ผู้คนที่ชมการต่อสู้อยู่หน้าหอเมฆาทรงเกียรติก็เช่นกัน
“ฮึก! หรือว่าพละกำลังหนุ่มน้อยชุดแดงจะเหนือกว่ายอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ?”
“เป็นไปไม่ได้! เห็นชัดๆ ว่าพละกำลังบนตัวเขาอยู่เพียงระดับยอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ กลิ่นอายพลังวิญญาณก็ไม่แข็งแกร่งมาก แค่ท่าร่างนั้นประหลาดเกินไป ซ้ำศิลปะการต่อสู้ยังแปลกๆ นัก ข้าไม่เคยเห็นท่วงท่าการโจมตีที่แปลกตาเช่นนั้นเลย เดาว่าน่าจะเป็นศิลปะการต่อสู้ระดับสูง”
“ศิลปะการต่อสู้ระดับสูง? เป็นไปได้ยังไงกัน? ว่ากันว่าในเมืองลิ่วเต้าเรามีเพียงท่านเจ้าเมืองที่ได้รับตำราศิลปะการต่อสู้ระดับสูงมาม้วนหนึ่ง เด็กหนุ่มอย่างเขา จะมีของล้ำค่าเช่นนั้นได้อย่างไรกัน?”
“ข้าบอกแล้วไงว่าหนุ่มน้อยนี่ที่มาไม่ธรรมดาพวกเจ้าก็ไม่เชื่อ? ดูเอาเถอะ! หากตอนนี้คนตระกูลหลิ่วยังไม่รามือ เดาว่าทั้งหมดต้องถูกจัดการที่นี่แน่”
“เห็นทีรอบนี้ตระกูลหลิ่วจะเตะโดนท่อนเหล็กเข้า รับมือหนุ่มน้อยนี่ไม่ได้ กลับต้องจ่ายด้วยเสาหลักค้ำตระกูลไปหลายคนนัก หากแม้แต่ผู้อาวุโสทั้งสามยังถูกฆ่า คาดว่าตระกูลหลิ่วต้องลดจากตำแหน่งวงศ์ตระกูลระดับกลางมาเป็นตระกูลเล็กๆ เสียแล้ว”
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องลอยมาทันใด ทุกคนตกตะลึงเสียจนคับแน่นหัวใจ มองไปทางพวกเขา เห็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งจู่ๆ ก็โดนเตะล้มลงบนพื้น ร่างกายชักกระตุกสั่นเทาไม่หยุด หนำซ้ำเสียงร้องเจ็บปวดยังเปล่งออกจากปากอย่างยากจะทน