“อ๊าก! เจ็บเหลือเกิน! อา…”
ผู้นำตระกูลหลิ่วที่เห็นภาพเช่นนี้ตื่นตระหนกปนสงสัยไม่อาจสงบใจ จึงให้คนประคองผู้อาวุโสท่านนั้นกลับมา “ผู้อาวุโสสอง ท่านบาดเจ็บตรงไหนรึ?”
เขาตรวจดูจากบนลงล่าง นอกจากพวกแผลเล็กๆ ตามผิวเนื้อบนร่าง กลับไม่เห็นบาดแผลใดอื่น แต่ผู้อาวุโสสองกลับสีหน้าซีดเซียว เจ็บปวดเสียจนเหงื่อไหลออกท่วม ทำให้เขาตกอกตกใจอย่างอดไม่ได้
“เจ็บ บนตัวข้า ทั้งร่างมันปวดไปหมด ซี๊ด! อ๊า…” ผู้อาวุโสกัดฟันพูด แต่ฝืนทนไว้ไม่ไหว ทำได้เพียงเกลือกกลิ้งไปบนพื้น
“เฮือก!”
เวลานี้ บริเวณหลังผู้อาวุโสสี่ถูกมีดสั้นฟัน บาดแผลลึกจนเห็นกระดูก เลือดสดๆ ไหลออกมา เสื้อคลุมสีเทาจึงเปื้อนเลือดแดงฉาน
เห็นผู้อาวุโสสี่เดินโซซัดโซเซถอยออกมา ในที่สุดสีหน้าผู้นำตระกูลก็เปลี่ยนไปยกใหญ่ ไม่เพียงเห็นแผ่นหลังผู้อาวุโสสี่ได้รับบาดเจ็บ แม้แต่บนร่างผู้อาวุโสสูงสุดยังเต็มไปด้วยบาดแผล อดไม่ได้ที่จะมาตรงหน้าท่านเจ้าเมือง
“ท่านเจ้าเมือง เจ้าเด็กนี่ฝีมือร้ายกาจ ไม่เพียงสังหารคนตระกูลหลิ่วข้า ยังสังหารภูตหมออีก หรือท่านเจ้าเมืองคิดจะยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่สนใจเลยรึขอรับ?”
ฟังคำพูดนี้ ท่านเจ้าเมืองที่เดิมไม่คิดจะยื่นมือไปยุ่งเกี่ยวก็ขมวดคิ้วขึ้น หลังมองท่านผู้นำตระกูลหลิ่วแวบหนึ่ง แล้วมองไปทางเด็กหนุ่มชุดแดงที่ฝีมือโหดเหี้ยมกำลังต่อสู้ไม่ธรรมดา บอกว่า “พวกเจ้าสู้สามต่อหนึ่ง ในเมื่อยังจัดการเขาไม่ได้ งั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะ!”
ภูตหมอตายแล